ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ครึ่งปีหลังอสังหาฯ จ่อคิวปรับราคา 5% 4 มิถุนายน 2551
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ เปิดเผยว่าจากภาวะราคาน้ำมันที่ปรับราคาขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินเฟ้อ สูง ผลักดันให้ภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำลังซื่ออสังหาริมทรัพย์ ลดน้อยลงไปด้วย ทั้งนี้ยังดีที่มีมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ จากภาครัฐที่มาช่วยพยุงให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ โดยคาดว่าในราวไตรมาส3-4ปีนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทจะปรับราคาขึ้นประมาณ 5% โดยบางรายอาจปรับขึ้นเป็นรอบแรกและบางราย อาจปรับขึ้นเป็นรอบที่สอง
ส่วนตัวเลขการทิ้งดาวน์ของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นยังมีน้อย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นผู้บริโภคยังสามารถผ่อนจ่ายต่อเดือนได้ แต่ผู้บริโภคส่วนที่ยังไม่ตัดสินใจซื้ออาจจะชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องรอโปรโมชั่นในช่วงปลายปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการเร่งปิดการขายโครงการ
ด้านนายกรี เดชชัย ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการสายงานพัฒนาทรัพย์สินแนวราบ บริษัท เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทเริ่มมีความกังวลในเรื่องรายได้ในอนาคต และเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่ปัจจุบันคนที่ซื้อไปแล้วจะมีการข่ายดาวน์เพิ่มมากขึ้นสังเกตได้จากในเว็บไซต์ต่างๆ
ทั้งนี้ อสังหาริทรัพย์ระดับราคา 1-5 ล้านบาท จะได้รับผลกระทบมาก โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์และคอนโดมิเนียม 1-2 ล้านบาท เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาท และมีค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้นซึ่งยังไม่พร้อมที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ หรือหากมีการซื้อแล้วอาจจะมีการตัดสินใจขายดาวน์ในภายหลังได้เนื่องจากมีภาระในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
สำหรับบริษัทเองจะมีการปรับราคาที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาส 3-4 ประมาณ 3-5% ซึ่งในช่วงนี้ ถือว่าเป็นช่วงที่ดี สำหรับผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อที่อยู้อาศัย เนื่องจากเป็นราคาต้นทุน เดิมยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในช่วงไตรมาสที่ 3-4 บริษัทจะมีการปรับราคาขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นอีก 2-3% ในโครงการใหม่ที่บริษัทจะทยอยเปิดในช่วงไตรมาส 3-4 ประมาณ 4-5 โครงการ เพื่อรองรับปัญหาต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะราคาเหล็กและเชื่อว่าหลังจากนี้ราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างอื่นจะปรับเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ปัญหาเรื่องวัสดุก่อสร้างที่ปรับราคาขึ้น ผู้ประกอบการทุกรายเจอเหมือนกันหมด ขึ้นอยู่กับว่าจะจัดการและบริหารต้นทุนอย่างไร ซึ่งส่วนหนึ่งต้องปรับขึ้นราคาขายขึ้นเพราะต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นซึ่งที่ผ่านมาบริษัทก็ได้มีการปรับไปแล้ว2-5%
ส่วนอัตราราคาน้ำมันที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลดีต่อตลาดคอนโดมิเนียม ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยหันมาซื้อคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า และใกล้เมืองมากขึ้นที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ เปิดเผยว่าจากภาวะราคาน้ำมันที่ปรับราคาขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินเฟ้อ สูง ผลักดันให้ภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำลังซื่ออสังหาริมทรัพย์ ลดน้อยลงไปด้วย ทั้งนี้ยังดีที่มีมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ จากภาครัฐที่มาช่วยพยุงให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ โดยคาดว่าในราวไตรมาส3-4ปีนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทจะปรับราคาขึ้นประมาณ 5% โดยบางรายอาจปรับขึ้นเป็นรอบแรกและบางราย อาจปรับขึ้นเป็นรอบที่สอง
ส่วนตัวเลขการทิ้งดาวน์ของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นยังมีน้อย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นผู้บริโภคยังสามารถผ่อนจ่ายต่อเดือนได้ แต่ผู้บริโภคส่วนที่ยังไม่ตัดสินใจซื้ออาจจะชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องรอโปรโมชั่นในช่วงปลายปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการเร่งปิดการขายโครงการ
ด้านนายกรี เดชชัย ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการสายงานพัฒนาทรัพย์สินแนวราบ บริษัท เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทเริ่มมีความกังวลในเรื่องรายได้ในอนาคต และเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่ปัจจุบันคนที่ซื้อไปแล้วจะมีการข่ายดาวน์เพิ่มมากขึ้นสังเกตได้จากในเว็บไซต์ต่างๆ
ทั้งนี้ อสังหาริทรัพย์ระดับราคา 1-5 ล้านบาท จะได้รับผลกระทบมาก โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์และคอนโดมิเนียม 1-2 ล้านบาท เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาท และมีค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้นซึ่งยังไม่พร้อมที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ หรือหากมีการซื้อแล้วอาจจะมีการตัดสินใจขายดาวน์ในภายหลังได้เนื่องจากมีภาระในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
สำหรับบริษัทเองจะมีการปรับราคาที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาส 3-4 ประมาณ 3-5% ซึ่งในช่วงนี้ ถือว่าเป็นช่วงที่ดี สำหรับผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อที่อยู้อาศัย เนื่องจากเป็นราคาต้นทุน เดิมยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในช่วงไตรมาสที่ 3-4 บริษัทจะมีการปรับราคาขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นอีก 2-3% ในโครงการใหม่ที่บริษัทจะทยอยเปิดในช่วงไตรมาส 3-4 ประมาณ 4-5 โครงการ เพื่อรองรับปัญหาต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะราคาเหล็กและเชื่อว่าหลังจากนี้ราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างอื่นจะปรับเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ปัญหาเรื่องวัสดุก่อสร้างที่ปรับราคาขึ้น ผู้ประกอบการทุกรายเจอเหมือนกันหมด ขึ้นอยู่กับว่าจะจัดการและบริหารต้นทุนอย่างไร ซึ่งส่วนหนึ่งต้องปรับขึ้นราคาขายขึ้นเพราะต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นซึ่งที่ผ่านมาบริษัทก็ได้มีการปรับไปแล้ว2-5%
ส่วนอัตราราคาน้ำมันที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลดีต่อตลาดคอนโดมิเนียม ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยหันมาซื้อคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า และใกล้เมืองมากขึ้นที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


