ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ทิศทางการพัฒนาที่ดินที่น่าจับตา 23 เมษายน 2551
บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ใหญ่ๆ ที่เข้ามาซื้อที่ดินที่นี่ไว้สร้างโครงการในอนาคตมีมากขึ้น ซึ่งหากทิศทางการพัฒนายังเป็นเช่นนี้ ทะเลขนอม ทะเลนครศรีธรรมราช จะเป็นเพชรเม็ดใหม่แห่งอ่าวไทย ที่โด่งดังไม่แพ้ภูเก็ต และสมุย ในไม่ช้า จากที่เกิดเราประมาณ-การไว้ที่ 3-4 ปี อาจจะร่นลงมาเหลือเพียง 1-2 ปีข้างหน้าเท่านั้น
ชายฝั่งทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้พื้นที่ใดๆ ในภาคใต้ กำลังจะกลายเป็นจุดสนใจของบรรดานักพัฒนาที่ดินจากทั่วทุกสารทิศ โดยมีการท่องเที่ยวเป็นธงนำ พลิกผืนแผ่นดินอันสวยงามของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ถูกซ้อนเร้นโอบล้อมไว้ด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ
ความโด่งดังของแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกเช่น เกาะภูเก็ต กระบี่ หรือแม้แต่เกาะสมุย
กลายเป็นเหตุผลหลัก ที่ทำให้ ชายฝั่งทะเลนครศรีธรรมราช ถูกบดบังรัศมี ให้กลายเป็นเพียงทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือน
แต่ในขณะเดียวกันการถูกบดบังรัศมีโดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ในภาคใต้ ก็กลายเป็นส่วน
ช่วยรักษาพื้นที่ชายฝั่งทะเลนครศรีธรรมราช ให้ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เงียบสงบ และสวยงาม ในรูปแบบที่ควรจะเป็น
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เส้นทางการพัฒนาที่ดินในแถบชายฝั่งทะเลนครศรีธรรมราช จะกำลังเป็นที่หมายปองของนักพัฒนาที่ดิน ด้านการท่องเที่ยว ที่ชูความบริสุทธิ์ของพื้นที่และชูทางเลือกของความเป็น “เพชรเม็ดใหม่แห่งทะเลอ่าวไทย”เป็นธงนำ
“สุมาลี พยุหนาวีชัย” ผู้จัดการทั่วไป “ราชาคีรีรีสอร์ท” หนึ่งในผู้ที่บุกเบิกเข้าไปพัฒนาที่ดินใน
พื้นที่ อำเภอขนอม จังหวัดนคร-ศรีธรรมราช ในนามของ “ราชาคีรีรีสอร์ท” ที่ในปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆ ในอำเภอขนอม และรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยกับ “สยามธุรกิจ” ถึงทิศทางการพัฒนาที่ดินในพื้นที่แถบชายฝั่งทะเลจังหวัดนครศรีธรรม-ราช นับจากนี้ว่า “ก่อนหน้านี้หลายปี ชื่อของเกาะสมุย หรือภูเก็ต กลายเป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาก น้อยคนนักที่จะมุ่งตรงมาท่องเที่ยวที่ขนอมหรือพื้นที่อื่นๆในนครศรีธรรมราช”
และน้อยคนอีกเช่นกัน ที่จะรับรู้ถึงความ สวยงามโดดเด่น ของชายทะเลจังหวัดนครศรี-ธรรมราช ที่คนที่มาเห็นหลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่นี่ไม่ต่างจากอันดามัน เกาะสมุย หรือเกาะช้างเลยแม้แต่น้อย ซ้ำจะดีกว่าแถบชายทะเลอื่นๆ ก็ในส่วนของความเป็นธรรมชาติ ความบริสุทธิ์ และความเงียบสงบ ที่เป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากชายทะเลชื่อดังอื่นๆในพื้นที่ภาคใต้
การเริ่มต้นเข้ามาของราชาคีรีกับแนวทาง การพัฒนาที่กลมกลืนกับธรรมชาติทำให้ทุกอย่างลงตัว เราเริ่มต้นจากที่ดินประมาณ 12 ไร่ แล้วก็เข้ามาทำ “ราชาคีรี” เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นต้องถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะพอเราเข้ามาที่ขนอม การท่องเที่ยวของสมุยกับฝั่งทะเลอันดามันก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัว นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งต้องการทางเลือกที่ แปลกออกไป โดยเฉพาะความต้องการของนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ต้องการความเงียบสงบและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติจริงๆ
ช่วงแรกกรุ๊ปทัวร์มาลงที่นี่ ราชาคีรีก็กลายเป็นที่รู้จัก จนในปัจจุบันนี้ ราชาคีรีคือสัญลักษณ์หนึ่ง
ของทะเลขนอมไปแล้ว” สุมาลีกล่าว นักท่องเที่ยวที่เลือกมุ่งตรงมาที่ทะเลอำเภอขนอม หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบเจาะจงที่จะมา เริ่มมีมากขึ้น จนชายทะเลนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะที่ขนอม เริ่มกลายเป็นเป้าหมายของนักพัฒนาที่ดินมากขึ้นตามมา
“สุมาลี” เปิดเผยต่ออีกว่า “หลังจากที่เราเข้ามา นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยหลายรายก็เข้ามาที่ราชาคีรี เขาเข้ามาดูแล้วเห็นการพัฒนาที่ดินของเราเห็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ไม่นานจากนั้นการพัฒนาที่ดินในพื้นที่นี้ ก็เริ่มอยู่ในช่วงที่บูม
ตอนที่เราเข้ามาทำ “ราชาคีรี” ใหม่ๆ ราคาที่ดินอยู่ที่เพียงไร่ละ 7-8 แสนบาท เป็นที่เชิงเขาติดทะเล มีช่วงที่ติดเป็นหาดทราย และเป็นอ่าวที่มีน้ำใสแทบจะตลอดปี โชคดีของราชาคีรี ที่อ่าวในเพลานี่มีปลาโลมาสีชมพูด้วย
การเริ่มต้นจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ครั้งแรกและกลับมาเยือนอีก กรุ๊ปทัวร์ที่ติดต่อนักท่องเที่ยวมาตลอดปี ชายทะเลขนอมเป็นที่ชอบอกชอบใจของนักท่องเที่ยวในแถบยุโรปมากๆ เราเคยถามความรู้สึก เขา ยกให้เราเป็นทางเลือก สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบความอึกทึกเหมือนภูเก็ต ไม่ชอบคนมากๆ เหมือนสมุย ไม่ชอบแย่งเที่ยวกับใครเหมือนที่กระบี่หรือพังงาก็จะมาที่นี่
จากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสู่การพัฒนา ที่ดินในแบบบ้านเช่าระยะยาว จากกลุ่มชาวเยอรมัน แล้วมาก็มาพัฒนากันอีกหลายราย จากนั้นนักลงทุนพร็อพเพอร์ตี้จากภูเก็ตและสมุยก็เข้ามาดู แล้วที่ดินจากไร่ละราคา 7-8 แสนบาทในช่วงต้น ก็ขยับตามมาเป็นไร่ละเกือบ 5 ล้านบาทในปัจจุบัน” สุมาลี กล่าว
ด้าน “บัลลังก์ บัวเชย” รองกรรมการผู้จัดการ “ราชาคีรีรีสอร์ท” กล่าวเพิ่มเติมกับ “สยามธุรกิจ” ว่า “ทะเลขนอมเวลานี้มีรีสอร์ตเกิดมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ดินที่นี่เวลานี้ขายกันไร่ละหลายล้านบาท จากการคาดการณ์ส่วนตัว ผมเชื่อว่าไม่เกิน 3-4 ปีข้างหน้า การท่องเที่ยวของนครฯ จะบูมไม่แพ้สุราษฎร์ฯ หรือเกาะช้าง และภาครัฐเองก็จะมามองจุดนี้แล้วก็คงจะลงมาสนับสนุนอย่างเต็มที่
จำนวนนักท่องเที่ยวที่นี่เพิ่มขึ้น 10-15% ทุกปีผมบอกให้ว่าเวลานี้ นักท่องเที่ยวจากยุโรปเขาเจาะจงที่นี่ลงไปในเส้นทางท่องเที่ยวของเขา มีกรุ๊ปทัวร์ที่จัดนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนที่ขนอมนี้ไม่ขาดสาย คือสลับกันมาตลอด เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ผ่านมาขนอมแล้วก็เลยไปสมุยแต่เวลานี้เขาเจาะจงเลยว่าจะมาที่นี่
การเข้ามาพัฒนาที่ดินได้ขยายตัวไปมาก ผมเองเป็นคนในพื้นที่ รู้สึกสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตอนนี้ราชาคีรีเป็นเหมือนต้นแบบที่พัฒนาไปพร้อมๆ กับความมีเอกลักษณ์ของพื้นที่ คือพัฒนาไปด้วยวิถีชุมชนที่นี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในเชิงของชุมชน และธรรมชาติ ความ เจริญที่เข้ามาจากการพัฒนาที่ดินที่เราเริ่มต้นไม่ได้ เปลี่ยนแปลงขนอม แต่ทำให้ทะเลขนอมเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” บังลังก์ กล่าว การพัฒนาที่ดินในพื้นที่ชายทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เริ่มต้นโดย “ราชาคีรี รีสอร์ท” นำมา
ซึ่งการแข่งขันทางด้านการท่องเที่ยวที่จะมีมากขึ้นในอนาคตสำหรับพื้นที่นี้ รีสอร์ต โรงแรมและคอนโดมิเนียม เริ่มเป็นที่สนใจของบรรดานักพัฒนาที่ดินมากขึ้น!!
“สุมาลี” กล่าวปิดท้ายเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ว่า “เริ่มต้นจากรีสอร์ต เรื่อยมาจน
เวลานี้มีทั้งโรงแรมระดับ 4 ดาว คอนโดฯ บ้านเช่าระยะยาวสำหรับนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ใหญ่ๆ ที่เข้ามาซื้อที่ดินที่นี่ไว้สร้างโครงการในอนาคตมีมากขึ้น ซึ่งหากทิศทางการพัฒนายังเป็นเช่นนี้ ทะเลขนอม ทะเลนครศรีธรรมราช จะเป็นเพชรเม็ดใหม่แห่งอ่าวไทย ที่โด่งดังไม่แพ้ภูเก็ต และสมุย ในไม่ช้า จากที่เกิดเราประมาณการไว้ที่ 3-4 ปี อาจจะร่นลงมาเหลือเพียง 1-2 ปีข้างหน้าเท่านั้น
สำหรับ ‘ราชาคีรี’ เราเตรียมพื้นที่ 4 ไร่ สำหรับการขยายห้องพัก เป็นแผนการในเฟสสองเพื่อ
รองรับ ขณะเดียวกันก็ปรับพื้นที่เชิงเขาติดทะเลอีกกว่า 7-8 ไร่ เตรียมจะทำเป็นบ้านเช่าระยะยาวสำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นแผนในเฟส3” เส้นทางการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ชายทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ถูกบุกเบิกและกำลังอยู่ในช่วงของการเติบโต ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับการพัฒนาที่ดินเชิงท่องเที่ยว ความสวยงามบริสุทธิ์ของธรรมชาติ และความเงียบสงบที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้ามาของบรรดานักพัฒนาที่ดิน
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตอันใกล้นี้ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และ
ทะเลอ่าวไทย กำลังจะขยับไปเป็นเพชรเม็ดงามล้ำค่า ที่กำลังจะถูกเจียระไน และถูกจัดให้เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของนักพัฒนาที่ดินจากทั่วทุกสารทิศ ที่เริ่มอิ่มตัวกับภูเก็ต พังงา กระบี่ เกาะสมุยหรือแม้แต่ชายฝั่ง ทะเลตะวันออก อย่างระยองหรือเกาะช้าง
หากเป็นดังนั้น 1-2 ปีนับจากนี้ ชายทะเล อ.ขนอม และใน จ.นครศรีธรรมราชจะก้าวขึ้นมาเป็นเสือแห่งการท่องเที่ยว และเป็นขุมทรัพย์ ของนักพัฒนาที่ดินที่น่าจับตา
บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ใหญ่ๆ ที่เข้ามาซื้อที่ดินที่นี่ไว้สร้างโครงการในอนาคตมีมากขึ้น ซึ่งหากทิศทางการพัฒนายังเป็นเช่นนี้ ทะเลขนอม ทะเลนครศรีธรรมราช จะเป็นเพชรเม็ดใหม่แห่งอ่าวไทย ที่โด่งดังไม่แพ้ภูเก็ต และสมุย ในไม่ช้า จากที่เกิดเราประมาณ-การไว้ที่ 3-4 ปี อาจจะร่นลงมาเหลือเพียง 1-2 ปีข้างหน้าเท่านั้น
ชายฝั่งทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้พื้นที่ใดๆ ในภาคใต้ กำลังจะกลายเป็นจุดสนใจของบรรดานักพัฒนาที่ดินจากทั่วทุกสารทิศ โดยมีการท่องเที่ยวเป็นธงนำ พลิกผืนแผ่นดินอันสวยงามของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ถูกซ้อนเร้นโอบล้อมไว้ด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ
ความโด่งดังของแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกเช่น เกาะภูเก็ต กระบี่ หรือแม้แต่เกาะสมุย
กลายเป็นเหตุผลหลัก ที่ทำให้ ชายฝั่งทะเลนครศรีธรรมราช ถูกบดบังรัศมี ให้กลายเป็นเพียงทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือน
แต่ในขณะเดียวกันการถูกบดบังรัศมีโดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ในภาคใต้ ก็กลายเป็นส่วน
ช่วยรักษาพื้นที่ชายฝั่งทะเลนครศรีธรรมราช ให้ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เงียบสงบ และสวยงาม ในรูปแบบที่ควรจะเป็น
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เส้นทางการพัฒนาที่ดินในแถบชายฝั่งทะเลนครศรีธรรมราช จะกำลังเป็นที่หมายปองของนักพัฒนาที่ดิน ด้านการท่องเที่ยว ที่ชูความบริสุทธิ์ของพื้นที่และชูทางเลือกของความเป็น “เพชรเม็ดใหม่แห่งทะเลอ่าวไทย”เป็นธงนำ
“สุมาลี พยุหนาวีชัย” ผู้จัดการทั่วไป “ราชาคีรีรีสอร์ท” หนึ่งในผู้ที่บุกเบิกเข้าไปพัฒนาที่ดินใน
พื้นที่ อำเภอขนอม จังหวัดนคร-ศรีธรรมราช ในนามของ “ราชาคีรีรีสอร์ท” ที่ในปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆ ในอำเภอขนอม และรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยกับ “สยามธุรกิจ” ถึงทิศทางการพัฒนาที่ดินในพื้นที่แถบชายฝั่งทะเลจังหวัดนครศรีธรรม-ราช นับจากนี้ว่า “ก่อนหน้านี้หลายปี ชื่อของเกาะสมุย หรือภูเก็ต กลายเป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาก น้อยคนนักที่จะมุ่งตรงมาท่องเที่ยวที่ขนอมหรือพื้นที่อื่นๆในนครศรีธรรมราช”
และน้อยคนอีกเช่นกัน ที่จะรับรู้ถึงความ สวยงามโดดเด่น ของชายทะเลจังหวัดนครศรี-ธรรมราช ที่คนที่มาเห็นหลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่นี่ไม่ต่างจากอันดามัน เกาะสมุย หรือเกาะช้างเลยแม้แต่น้อย ซ้ำจะดีกว่าแถบชายทะเลอื่นๆ ก็ในส่วนของความเป็นธรรมชาติ ความบริสุทธิ์ และความเงียบสงบ ที่เป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากชายทะเลชื่อดังอื่นๆในพื้นที่ภาคใต้
การเริ่มต้นเข้ามาของราชาคีรีกับแนวทาง การพัฒนาที่กลมกลืนกับธรรมชาติทำให้ทุกอย่างลงตัว เราเริ่มต้นจากที่ดินประมาณ 12 ไร่ แล้วก็เข้ามาทำ “ราชาคีรี” เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นต้องถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะพอเราเข้ามาที่ขนอม การท่องเที่ยวของสมุยกับฝั่งทะเลอันดามันก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัว นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งต้องการทางเลือกที่ แปลกออกไป โดยเฉพาะความต้องการของนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ต้องการความเงียบสงบและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติจริงๆ
ช่วงแรกกรุ๊ปทัวร์มาลงที่นี่ ราชาคีรีก็กลายเป็นที่รู้จัก จนในปัจจุบันนี้ ราชาคีรีคือสัญลักษณ์หนึ่ง
ของทะเลขนอมไปแล้ว” สุมาลีกล่าว นักท่องเที่ยวที่เลือกมุ่งตรงมาที่ทะเลอำเภอขนอม หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบเจาะจงที่จะมา เริ่มมีมากขึ้น จนชายทะเลนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะที่ขนอม เริ่มกลายเป็นเป้าหมายของนักพัฒนาที่ดินมากขึ้นตามมา
“สุมาลี” เปิดเผยต่ออีกว่า “หลังจากที่เราเข้ามา นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยหลายรายก็เข้ามาที่ราชาคีรี เขาเข้ามาดูแล้วเห็นการพัฒนาที่ดินของเราเห็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ไม่นานจากนั้นการพัฒนาที่ดินในพื้นที่นี้ ก็เริ่มอยู่ในช่วงที่บูม
ตอนที่เราเข้ามาทำ “ราชาคีรี” ใหม่ๆ ราคาที่ดินอยู่ที่เพียงไร่ละ 7-8 แสนบาท เป็นที่เชิงเขาติดทะเล มีช่วงที่ติดเป็นหาดทราย และเป็นอ่าวที่มีน้ำใสแทบจะตลอดปี โชคดีของราชาคีรี ที่อ่าวในเพลานี่มีปลาโลมาสีชมพูด้วย
การเริ่มต้นจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ครั้งแรกและกลับมาเยือนอีก กรุ๊ปทัวร์ที่ติดต่อนักท่องเที่ยวมาตลอดปี ชายทะเลขนอมเป็นที่ชอบอกชอบใจของนักท่องเที่ยวในแถบยุโรปมากๆ เราเคยถามความรู้สึก เขา ยกให้เราเป็นทางเลือก สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบความอึกทึกเหมือนภูเก็ต ไม่ชอบคนมากๆ เหมือนสมุย ไม่ชอบแย่งเที่ยวกับใครเหมือนที่กระบี่หรือพังงาก็จะมาที่นี่
จากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสู่การพัฒนา ที่ดินในแบบบ้านเช่าระยะยาว จากกลุ่มชาวเยอรมัน แล้วมาก็มาพัฒนากันอีกหลายราย จากนั้นนักลงทุนพร็อพเพอร์ตี้จากภูเก็ตและสมุยก็เข้ามาดู แล้วที่ดินจากไร่ละราคา 7-8 แสนบาทในช่วงต้น ก็ขยับตามมาเป็นไร่ละเกือบ 5 ล้านบาทในปัจจุบัน” สุมาลี กล่าว
ด้าน “บัลลังก์ บัวเชย” รองกรรมการผู้จัดการ “ราชาคีรีรีสอร์ท” กล่าวเพิ่มเติมกับ “สยามธุรกิจ” ว่า “ทะเลขนอมเวลานี้มีรีสอร์ตเกิดมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ดินที่นี่เวลานี้ขายกันไร่ละหลายล้านบาท จากการคาดการณ์ส่วนตัว ผมเชื่อว่าไม่เกิน 3-4 ปีข้างหน้า การท่องเที่ยวของนครฯ จะบูมไม่แพ้สุราษฎร์ฯ หรือเกาะช้าง และภาครัฐเองก็จะมามองจุดนี้แล้วก็คงจะลงมาสนับสนุนอย่างเต็มที่
จำนวนนักท่องเที่ยวที่นี่เพิ่มขึ้น 10-15% ทุกปีผมบอกให้ว่าเวลานี้ นักท่องเที่ยวจากยุโรปเขาเจาะจงที่นี่ลงไปในเส้นทางท่องเที่ยวของเขา มีกรุ๊ปทัวร์ที่จัดนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนที่ขนอมนี้ไม่ขาดสาย คือสลับกันมาตลอด เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ผ่านมาขนอมแล้วก็เลยไปสมุยแต่เวลานี้เขาเจาะจงเลยว่าจะมาที่นี่
การเข้ามาพัฒนาที่ดินได้ขยายตัวไปมาก ผมเองเป็นคนในพื้นที่ รู้สึกสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตอนนี้ราชาคีรีเป็นเหมือนต้นแบบที่พัฒนาไปพร้อมๆ กับความมีเอกลักษณ์ของพื้นที่ คือพัฒนาไปด้วยวิถีชุมชนที่นี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในเชิงของชุมชน และธรรมชาติ ความ เจริญที่เข้ามาจากการพัฒนาที่ดินที่เราเริ่มต้นไม่ได้ เปลี่ยนแปลงขนอม แต่ทำให้ทะเลขนอมเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” บังลังก์ กล่าว การพัฒนาที่ดินในพื้นที่ชายทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เริ่มต้นโดย “ราชาคีรี รีสอร์ท” นำมา
ซึ่งการแข่งขันทางด้านการท่องเที่ยวที่จะมีมากขึ้นในอนาคตสำหรับพื้นที่นี้ รีสอร์ต โรงแรมและคอนโดมิเนียม เริ่มเป็นที่สนใจของบรรดานักพัฒนาที่ดินมากขึ้น!!
“สุมาลี” กล่าวปิดท้ายเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ว่า “เริ่มต้นจากรีสอร์ต เรื่อยมาจน
เวลานี้มีทั้งโรงแรมระดับ 4 ดาว คอนโดฯ บ้านเช่าระยะยาวสำหรับนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ใหญ่ๆ ที่เข้ามาซื้อที่ดินที่นี่ไว้สร้างโครงการในอนาคตมีมากขึ้น ซึ่งหากทิศทางการพัฒนายังเป็นเช่นนี้ ทะเลขนอม ทะเลนครศรีธรรมราช จะเป็นเพชรเม็ดใหม่แห่งอ่าวไทย ที่โด่งดังไม่แพ้ภูเก็ต และสมุย ในไม่ช้า จากที่เกิดเราประมาณการไว้ที่ 3-4 ปี อาจจะร่นลงมาเหลือเพียง 1-2 ปีข้างหน้าเท่านั้น
สำหรับ ‘ราชาคีรี’ เราเตรียมพื้นที่ 4 ไร่ สำหรับการขยายห้องพัก เป็นแผนการในเฟสสองเพื่อ
รองรับ ขณะเดียวกันก็ปรับพื้นที่เชิงเขาติดทะเลอีกกว่า 7-8 ไร่ เตรียมจะทำเป็นบ้านเช่าระยะยาวสำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นแผนในเฟส3” เส้นทางการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ชายทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ถูกบุกเบิกและกำลังอยู่ในช่วงของการเติบโต ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับการพัฒนาที่ดินเชิงท่องเที่ยว ความสวยงามบริสุทธิ์ของธรรมชาติ และความเงียบสงบที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้ามาของบรรดานักพัฒนาที่ดิน
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตอันใกล้นี้ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และ
ทะเลอ่าวไทย กำลังจะขยับไปเป็นเพชรเม็ดงามล้ำค่า ที่กำลังจะถูกเจียระไน และถูกจัดให้เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของนักพัฒนาที่ดินจากทั่วทุกสารทิศ ที่เริ่มอิ่มตัวกับภูเก็ต พังงา กระบี่ เกาะสมุยหรือแม้แต่ชายฝั่ง ทะเลตะวันออก อย่างระยองหรือเกาะช้าง
หากเป็นดังนั้น 1-2 ปีนับจากนี้ ชายทะเล อ.ขนอม และใน จ.นครศรีธรรมราชจะก้าวขึ้นมาเป็นเสือแห่งการท่องเที่ยว และเป็นขุมทรัพย์ ของนักพัฒนาที่ดินที่น่าจับตา
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


