ค้นหา:


[ พื้นที่โฆษณา ]
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
กลุ่มสแกนฯเท 1.9 หมื่นล.นำร่องอสังหาฯ ระยอง 23 เมษายน 2551 

นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
กล่าวว่า การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของชาวสแกนดิเนเวียในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งชาวสวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และ นอร์เวย์ ที่ผ่านมากลุ่มสแกนฯ เหล่านี้ ได้เข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในไทยแล้ว คิดเป็นมูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท และในปีนี้คาดว่ากลุ่มทุนสแกนดิเนเวีย จะมาลงทุนในอสังหาฯ เพิ่มขึ้นอีก เป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เน้นพัฒนาโครงการประเภทวิลล่าและคอนโดมิเนียมในจังหวัดท่องเที่ยว
การเข้ามาของกลุ่มสแกนฯ ในไทยเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา โดยโครงการแรกที่เข้ามานำร่องลงทุน โดยชาวสแกนดิเนเวีย คือ โครงการหมู่บ้านสแกนดิเนเวีย ที่บางแสน ซึ่งสร้างความสนใจให้แก่นักลงทุนชาวสแกนดิเนเวีย ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เป็นจุดเปลี่ยนการลงทุนกลุ่มสแกนฯ ที่ชัดเจนขึ้น จากเดิมก่อนหน้านี้ ชาวสแกนดิเนเวียส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านพักตากอากาศในประเทศฝรั่งเศสและสเปนแต่ปัจจุบันหันมาเลือกซื้อบ้านพักตากอากาศที่ประเทศไทยความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ของชาวสแกนดิเนเวีย เริ่มต้นจากธุรกิจท่องเที่ยวของชาวสแกนดิเนเวีย และสานต่อไปในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม เริ่มต้นจากประเทศสวีเดน และขยายต่อไปยัง เดนมาร์กและนอร์เวย์ สแกนฯ ปักหลักบ้านใหม่ ""ระยอง""
นางสาวริษิณี สาริกบุตร ผู้จัดการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์สฯ กล่าวว่า การพัฒนาโครงการที่พักอาศัยของกลุ่มสแกนดิเนเวีย มีจำนวนสูงสุดในจังหวัดระยอง กล่าวคือ มีจำนวนประมาณ 809 ยูนิต ซึ่งประกอบด้วยบ้านพักแบบวิลล่า และ คอนโดมิเนียม รองลงมาได้แก่ หัวหิน และ พัทยามีจำนวนราว 468 และ 259 ยูนิต ตามลำดับ ในส่วนของมูลค่าโครงการของชาวสแกนดิเนเวีย พบว่า จังหวัดระยองมีมูลค่าโครงการสูงที่สุด ถึง 48,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่29%ของมูลค่าโครงการของนักลงทุนในกลุ่มสแกนดิเนเวีย
ปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อที่พักในประเทศไทย ของชาวสแกนดิเนเวียในปัจจุบัน ส่วนมากคำนึงถึงระยะทางจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถสังเกตได้จากอัตราการขายที่พักอาศัย ให้แก่กลุ่มสแกนดิเนเวียมีอัตราสูงที่สุดที่ระยอง บางแสน และ พัทยา เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในระยะทางที่ใกล้กรุงเทพฯ บริษัทพัฒนาโครงการรายใหญ่ของกลุ่มสแกนดิเนเวีย ในบริเวณระยอง และ พัทยา ได้แก่ บริษัท เกรน เอเชีย และ โลแกน ประเทศไทย จำกัด ในส่วนของราคาขาย คิดเป็นตารางเมตรสำหรับที่พักอาศัย พบว่าราคาต่อตารางเมตรต่ำสุด คือ ที่บางแสน รองลงมาคือ พัทยา และ ระยอง โดยพบว่า ทำเลบางแสนขายราคา 29,412 - 67,144 บาทต่อตารางเมตร, ทำเลระยอง ขาย 38,256 - 85,000 บาทต่อตารางเมตร, เกาะช้าง ขาย 74,000 - 98,000 บาทต่อตารางเมตร, พัทยา ขาย 38,000 - 95,000 บาทต่อตารางเมตร, หัวหิน ขาย 66,000 - 80,000 บาทต่อตารางเมตร, เกาะลันตา ขาย 40,000 - 60,000 บาทต่อตารางเมตร, เกาะสมุย ขาย 125,000 –
130,000 บาทต่อตารางเมตร, ประจวบคีรีขันธ์ ขาย 43,000 บาทต่อตารางเมตร และ ภูเก็ต ขาย 77,000 – 106,000บาทต่อตารางเมตรเกรนเอเชียจ่อลงทุนอีก4โครงการ
แผนการลงทุนของบริษัท เกรน เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มทุนสแกนดิเนเวีย ประกอบด้วย 1.
โครงการซันไรส์ 1 คอนโดมิเนียม 70 ยูนิต มูลค่า 200 ล้านบาท ที่หาดจอมเทียนพัทยา สร้างเสร็จแล้วขายหมด 2.โครงการซันไรส์ 2 โครงการต่อเนื่อง เป็นคอนโด 50 ยูนิต มูลค่า 200 ล้านบาท สร้างใกล้แล้วเสร็จ 3.โครงการทรอปิคอล บีช รีสอร์ท บ้านเพ จ.ระยอง มูลค่า 1,300 ล้านบาท คอนโด ทาวน์เฮ้าส์ วิลล่า รวม 195 ยูนิต เปิดพรีเซลส์ 70 ยูนิต เดือนธ.ค.2550 เปิดตัวพ.ย.2550 พัฒนา 18 เดือน
4.โครงการ ""เดอะ วิว"" พัฒนาที่ดินริมหาด ย่านบางเสร่ ชลบุรี ขึ้นเป็นคอนโด 180 ยูนิต มูลค่า
โครงการ 1,500 ล้านบาท จะเปิดขายปลายปี 2551 ใช้เวลาก่อสร้าง 20-24 เดือน 5.โครงการบ้านฉาง กอล์ฟ วิลเลจ มูลค่า 300 ล้านบาท พร้อมคอนโด 100 ยูนิต เปิดพรีเซลส์ 10 ยูนิตเดือนธ.ค.2550 เปิดตัวปลายปี 2551 ใช้เวลาก่อสร้าง9เดือน แนวโน้มใหม่หันรุกภูเก็ต-เขาหลัก
นายปฏิมา กล่าวว่า แนวโน้มในการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศของชาวต่างชาติมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากไทยได้รับความนิยมสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของอุปสงค์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสแกนดิเนเวีย เริ่มมีการขยายตัวไปที่จังหวัดภูเก็ต และบริเวณเขาหลัก อัน เนื่องมาจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดของนักท่องเที่ยวชาวสแกนดิเนเวีย อีกทั้งการเดินทางที่สะดวกขึ้น มีเที่ยวบินตรงจากเมืองต่างๆ ในประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย บินตรงมายังบริเวณดังกล่าว ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เดือนธันวาคม - เมษายน ของทุกๆ ปี โดยเริ่มจากปลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ชาวสวีเดน เป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากค่าเฉลี่ยรายได้ของชาวสวีเดนมีความแตกต่างกันน้อยที่สุด ประชากรชาวสวีเดนมีรายได้เกือบเท่าเทียมกันทุกคน นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวชาวสแกนดิเนเวีย ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย มีอัตราสูงสุดถึง 3.08% ของประชากรชาวสแกนดิเนเวียทั้งหมด
จำนวนนักท่องเที่ยวชาวสแกนดิเนเวียที่มาเยือนไทย เพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ถึง พ.ศ. 2550 ในปี พ.ศ. 2550 อัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวสแกนดิเนเวีย มีถึง 17.4% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2549 ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวสแกนดิเนเวีย 645,361 คน เพิ่มขึ้นเป็น 757,734 คน ในปี พ.ศ. 2550
ในกลุ่มสแกนดิเนเวีย พบว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศสวีเดน มีจำนวนสูงสุด กล่าวคือ มีจำนวน
ประมาณ 374,000 คน รองลงมาได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ ตามด้วยนักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์ก และ นักท่องเที่ยวชาวฟินแลนด์ โดยมีจำนวนอยู่ที่ 138,000 , 135,000 และ 110,000 คน ตามลำดับ ส่วนระยะเวลาการพำนักในประเทศไทย นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์มีระยะเวลาการพำนักที่ยาวที่สุด กล่าวคือ 16.42 วัน รองลงมาได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวสวีเดนมีระยะเวลาการพำนักที่ 16.20 วัน และ นักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์ก และ ฟินแลนด์ มีระยะเวลาการพำนักที่14.81และ14.11วันตามลำดับ
เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจากสแกนดิเนเวียเข้ามาท่องเที่ยวใน
ประเทศไทยสูงสุด และค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ จนต่ำสุดที่เดือนพฤษภาคม ถึง สิงหาคม และเริ่มค่อยๆ เพิ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนตุลาคมของทุกปี ภูเก็ตและเขาหลัก ทางชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวสแกนดิเนเวียชื่นชอบมากที่สุดคาดทุนนอกไหลเข้าเอเชียเพิ่ม
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวในฐานะผู้ประสานการลงทุนกลุ่มทุนต่างชาติ ผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทีเอ็มดับบลิว เอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ 1 (TMW Asia Property Fund I) ภายใต้การบริหารงานของ ไพร์มเมอริกา เรียลเอสเตท อินเวสเตอร์ (Primerica Real Estate Investors) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในพรูเดนเชียล ไฟแนลเชียล อิงค์ (Prudential Financial Inc.) ที่พร้อมนำเงินทุนเข้ามาในไทย เพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม ด้วยการร่วมทุนกับอนันดาฯ ในการพัฒนาคอนโดมิเนียมแล้วหลายโครงการ ระบุว่ายังคงมั่นใจต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย
""ตอนนี้พันธมิตรต่างชาติเรา ยังคงให้ความสำคัญการลงทุนอสังหาฯ ในไทย ยิ่งในภาวะปัจจุบัน
เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลง การเงินฝั่งตะวันตกไม่ดี ความเป็นไปได้ ที่กลุ่มทุนต่างชาติจากฝั่งตะวันตก ทั้งอเมริกาและยุโรป ต่างหันมาให้ความสนใจตลาดในเอเชียมากขึ้น"" นายชานนท์ กล่าว และว่า เมื่อกล่าวถึงเอเชีย ไทยจะเป็นประเทศอันดับต้นๆที่ได้รับความสนใจ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกเป็นแรงหนุนให้ไทยมีโอกาส แต่ปัญหาภายในประเทศเอง ความมั่นคงทางการเมือง ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องระวัง โดยนายชานนท์ระบุว่า ปัญหาของไทยขณะนี้คือการเมืองไม่นิ่ง และไม่ชัดเจนเท่าที่ควร อาจกระทบเรื่องความเชื่อมั่นการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ถือว่าเรามีโอกาสที่ดีในภูมิภาคเอเชีย
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center