ค้นหา:


[ พื้นที่โฆษณา ]
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ดอกเบี้ย-ยากระตุ้นศก.รัฐ 23 เมษายน 2551 

หนุนสินเชื่อบ้านพุ่ง/KTB-SCIB โตต่อเนื่อง วงการธนาคารมองแนวโน้มสินเชื่อที่อยู่อาศัยปีนี้มีสิทธิ์รุ่ง ระบุอัตราดอกเบี้ยต่ำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยหนุน ชี้ราคาสินค้าช่วยทำให้ผู้ซื้อบ้านรายใหม่ตัดสินใจง่ายขึ้น ด้านแบงก์กรุงไทยเผยขณะนี้สามารถปล่อยสินเชื่อสุทธิได้แล้วประมาณ 6,500 ล้านบาท เชื่อทั้งปีทำได้ตามเป้าหมาย 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่แบงก์นครหลวงไทยแบงก์กรุงเทพสินเชื่อที่อยู่อาศัยไตรมาสแรกโตต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ล็อต 2 โดยมอบหมายให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำคงที่ระยะยาวสำหรับซื้อบ้านหลังแรก ให้กับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/เดือน ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 6 แสนบาท/ราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7 ปี 4% จากนั้น MRR -0.5% ตลอดอายุสัญญา และคงที่ 10 ปี 4.5% จากนั้น MRR-0.5% ซึ่งได้รับ ไฟเขียวจากคณะรัฐมนตรีเมื่อ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะที่คนในวงการอสังหาริมทรัพย์บางส่วนมองว่าอาจจะไม่สร้างความคึกคัก ให้กับตลาดอสังหาฯได้มากนัก เนื่องจากพิจารณามาตรการดังกล่าวพบว่าบ้านและ คอนโดฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลที่ราคาไม่เกินยูนิตละ 6 แสน บาทมีน้อยมาก เพราะยุคต้นทุนที่ดินและวัสดุก่อสร้างปรับขึ้นสูงตามราคาน้ำมัน แม้ดีเวลอปเปอร์ ส่วนหนึ่งยังออกโปรดักต์ในราคายูนิตละต่ำกว่า 1 ล้านบาท แต่ก็สูงกว่าราคาเป้าหมายอย่างต่ำก็ 7-8 แสนบาทอัพ อย่างทาวน์เฮาส์ชานเมือง ส่วนที่ราคาต่ำกว่า 6 แสนบาท จะอยู่นอกเมืองไปเลย แต่หากจะซื้ออาจต้องคิดหนักเรื่องการเดินทาง ส่วน คอนโดฯ ราคา 5-6 แสนบาท อาจหาซื้อได้ แต่ถ้าเป็นโครงการซิตี้ คอนโดฯตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังฮอตอย่างต่ำราคาก็ต้องล้านบาทต้นๆ ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการธนาคารหลายรายยังมีความพยายามที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน ล่าสุด ธนาคารนคร หลวงไทย (SCIB) ได้ร่วมมือกับกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (กบข.) โดย นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัด โครงการสวัสดิการธนาคารนครหลวงไทย เพื่อสมาชิกกบข. โดยธนาคารเสนอบริการทาง การเงินแบบครบวงจรและครอบคลุมทั้งในเรื่องของสินเชื่อและเงินออม พร้อมเงื่อนไขตลอดจนสิทธิพิเศษเฉพาะมอบแก่สมาชิก กบข. ที่มีอยู่ 1.17 ล้านคนทั่วประเทศ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปี 2551 รายได้ค่า ธรรมเนียมของธนาคารจะโตเกินเป้าที่ตั้งไว้ 18-20% จากฐานรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2550 ซึ่งอยู่ที่ 23,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อก็จะขยายตัวดีขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐบาล ที่ช่วยสนับสนุนให้ประชาชนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเร็วขึ้น นายชัยนันท์ ลภิธนานุวัธน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) กล่าวว่า ไตรมาส 1/2551 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้แล้ว 4,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ธนาคารได้ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีไว้ที่ 12,000 ล้านบาท เชื่อว่าไม่มีปัญหา เนื่องจากธนาคารจะร่วมมือกับกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (กบข.) ในการปล่อยสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยให้กับสมาชิก กบข. ผ่านโครงการสวัสดิการธนาคารนครหลวงไทยเพื่อสมาชิก กบข.โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท ธนาคารจะเสนอบริการทางการเงินพร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะให้แก่สมาชิก กบข. ที่มีอยู่ 1.17 ล้านรายทั่วประเทศ "ปีนี้ธนาคารจะร่วมมือกับกบข. ในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับสมาชิกกบข. ซึ่งตั้งเป้าว่าการร่วมมือกับกบข.จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 5,000 ล้านบาท ซึ่งสินเชื่อส่วนนี้จะช่วยให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารสามารถเข้าถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น โดยช่วงกลางปีธนาคารจะมีการทบทวนว่าจะมีการปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือไม่ " ก่อนหน้านี้นายธีรินทร์ เต่าทอง ผู้อำนวย การฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่าย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ปัจจัยที่น่าจะมีผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยปีนี้ น่าจะเป็นเรื่องของราคาสินค้าที่สูงขึ้น ทั้งจากสินค้า อุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตรเพราะจะส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ซึ่งจะทำ ให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านรายใหม่ทำการพิจารณา และตัดสินใจยากขึ้น รวมถึงต้องพิจารณาถึงความสามารถในการขอกู้ว่าจะอยู่ในระดับใด ส่วนของลูกค้าเก่าที่ได้ขอกู้ไปแล้วนั้น เชื่อว่าจะมีการปรับตัวได้ แต่คงจะต้องมีการวางแผนและจัดระบบทางการเงินใหม่ ทั้งนี้มองว่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยรวมในปีนี้มีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน เพราะ อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันจะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยสนับสนุน โดยขณะนี้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ไปได้แล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อสุทธิประมาณ 6,500 ล้านบาท ทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 140,000 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 133,000 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายในปีนี้คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อสุทธิไว้ที่ 20,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน"ภาพรวมสินเชื่อที่อยู่อาศัยปีนี้เชื่อว่ายังดีอยู่ โดยตัวเลข 3 เดือนของเราดีมาก และในช่วงปลายเดือนที่ผ่านก็มีการอนุมัติยอดสินเชื่อใหม่ค่อนข้างมาก ส่วนเดือนเม.ย.ที่ปกติยอด จะตก เพราะมีวันทำงานน้อย ก็น่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้ทั้งปีก็น่าจะเป็น ไปตามเป้าหมาย" นายธีรินทร์ กล่าว นายธีรินทร์ กล่าวอีกว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้น ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตัวเลขของทั้งระบบ โดยสิ้นปีก่อนตัวเลขเอ็นพีแอลของระบบ อยู่ที่ 4% แต่ของธนาคารอยู่ที่ 2% ส่วนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรืออยู่ที่ประมาณ 2.1% แต่ยังเป็นระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นการขึ้นลงตามช่วงเวลา ซึ่งเกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว และธนาคารจะพยายามควบคุมให้อยู่ที่ระดับ 2% เพราะเป็นระดับ ที่ทำให้สามารถแข่งขันได้ และหากอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ก็จะทำให้กำไรจากการดำเนินงาน (มาร์จิ้น) ลดลง จนอาจจะขาดทุนได้ ส่วนการแข่งขันนั้นเชื่อว่าจะยังคงมีการแข่งขันเรื่องของอัตราดอกเบี้ยต่อไป ส่วนธนาคารนั้นจะใช้กลยุทธ์ในการตั้งราคาตามราคาตลาดเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ รวมถึงการมีนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นของธนาคารให้กับลูกค้าที่ใช้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม เช่น การหักค่าน้ำประปาค่าไฟฟ้า การทำประกัน หรือการให้วงเงินเพื่อใช้บริการของเคทีบีลิสซิ่ง การทำบัตรวีซ่า เดบิตโดยฟรีค่าธรรมเนียม เป็นต้น ซึ่ง ธนาคารมีเป้าหมายว่าจะให้ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยใช้ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นของธนาคารประมาณ 4-5 ผลิตภัณฑ์ "มาร์จิ้นของลูกค้าปีแรกนั้นธนาคารจะยังขาดทุน แต่ในปีที่ 2 และ 3 นั้นก็จะเริ่มดีขึ้น และหากเป็นลูกค้าระยะยาวธนาคารก็จะมีการดูแลโดยมีการเสนอโปรแกรมและเสนอบริการอื่นๆ ให้กับลูกค้า เช่นการหักค่าน้ำค่าไฟ เพราะ ธนาคารเน้นที่จะเป็นรีเทลแบงกิ้ง และมีการเสนอบริการที่ครบวงจรหรือ One Stop Service และธนาคารจะต้องควบคุมเอ็นพีแอลให้อยู่ที่ไม่เกิน 2% เพราะไม่งั้นจะขาดทุนและจะบุกตลาดไม่ได้"นายธีรินทร์ กล่าว นายชัยนันท์ ลภิธนานุวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCIB เปิดเผยว่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารในไตรมาสแรกของปี 2551 นี้มีอัตราการเติบโต 4,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และคาดว่าทั้งปีนี้จะสามารถปล่อยสินเชื่อดังกล่าวได้ไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยบวก จากมาตรการภาษีของภาครัฐที่ประกาศใช้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภคที่ชะลอการซื้อบ้านตั้งแต่ต้นปีเริ่มซื้อและโอนหลังจากที่นโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ "สินเชื่อเคหะที่ปล่อยไปในไตรมาสแรก 60% เป็นบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนอีก 40% นั้นอยู่ในเขตต่างจังหวัด ซึ่งสินเชื่อเคหะในปีนี้คาดว่ายังมีอัตราการเติบโตเพิ่ม ต่อเนื่อง และยิ่งได้แรงกระตุ้นจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ คาดว่าอาจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปีเพราะในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เอง ต่างก็คาดการว่าจะมีอัตราการขยายตัวเพิ่ม ขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เช่นกัน แม้ว่าช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาธุรกิจโดยรวมจะชะลอตัวลงบ้าง แต่เชื่อว่าเดือนพ.ค.นี้จะเริ่มเห็นการเติบโตเป็นรูปธรรมมากขึ้น" นอกจากนี้ได้กล่าวถึงสินเชื่อบุคคลในส่วน ของธนาคารไตรมาสแรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตไม่เป็นไปตามเป้าหมายส่วนหนึ่งมาจากธนาคารอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทีมงาน เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าที่จะมุ่งให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย คาดว่าจะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวในไตรมาสที่ 2 นี้แน่นอน ด้านนายปิยะ ซอโสตถิกุล ผู้ช่วยผู้จัด การใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวว่า สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส แรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตต่อเนื่องยอดปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่ธนาคารให้การสนับสนุน และมีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวบ้าง เช่น โรงแรม เป็นต้น คาดว่าธุรกิจอสังหาฯจะมีอัตรา การเติบโตได้ต่อเนื่องอีก 12-18 เดือน ด้วยมาตรการภาษีที่ออกมากระตุ้นของภาครัฐ ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจฉบับวันที่ 23 - 25 เม.ย. 2551
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center