ข่าวอสังหาริมทรัพย์
อสังหาฯคืนกำไรลูกค้าหลังรับประโยชน์มาตรการภาษีอื้อ 21 เมษายน 2551
หลังจากมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีมาตรการลดภาษีและค่าธรรมเนียมในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2551 ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมาคึกคักขึ้น โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลให้ค่าธรรมเนียมการโอนลดจาก 2% เหลือ 0.01% ภาษีธุรกิจเฉพาะลดจาก 3.3% เหลือ 0.1% และค่าจดจำนองลดจาก 1% เหลือ 0.01% และมาตรการนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 28 มีนาคม 2552
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์มีผลบังคับใช้ พบว่ามีลูกค้าเข้ามาโอนบ้านมากขึ้น คาดว่ายอดโอนในช่วงไตรมาสสองปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.8-3.0 พันล้านบาท จากเป้าเดิมอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ซึ่งในไตรมาสแรกลูกค้ามีการชะลอการโอนบ้าน เพื่อรอรับผลดีจากมาตรการภาษีของภาครัฐที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ และผู้ประกอบการก็ได้ประโยชน์จากการลดภาษีธุรกิจเฉพาะลงด้วยดังนั้นบริษัทมีแผนที่จะคืนกำไรบางส่วนให้ลูกค้าด้วย
""ขณะนี้บริษัทกำลังสำรวจความต้องการของลูกค้าว่าจะให้คืนกำไรในรูปแบบใด เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการของภาครัฐ ไม่ใช่หวังว่าเราจะได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว เพราะมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการได้ประโยชน์มาก แม้จะเป็นระยะเวลาเพียง 1 ปีก็ตาม เราจึงต้องคืนกลับไปให้ลูกค้าบ้าง เพื่อเป็นการขอบคุณ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นหนึ่งในจริยธรรมการทำธุรกิจของแอลพีเอ็น"" นายโอภาสกล่าว
ขณะที่นายวิศิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวลลอปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า มาตรการภาษีของภาครัฐยังไม่ได้ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อมากนัก เพราะมาตรการดังกล่าวให้ประโยชน์แก่ผู้ประกอบการมากกว่าผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจสามารถรักษาสัดส่วนกำไรต่อหน่วยและตรึงราคาขายบ้านต่อหน่วยไว้ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ค่าวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 9 เดือนจากนี้ไปน่าจะมีทิศทางดีขึ้น แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการลงทุนพัฒนาโครงการในบางทำเล ต้องดูความต้องการซื้อและขายให้ดี เพราะการดูดซับสินค้าใหม่คงไม่รวดเร็วเหมือนในอดีต เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น
“หากคำนวณภาษีที่ลดลงกว่า 5.2% ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มผู้ประกอบการเป็นผู้ได้ประโยชน์มากกว่า หากผู้ประกอบการมีการโอนบ้านในช่วงที่มาตรการภาษีบังคับใช้ประมาณ 1 พันล้านบาท ก็ได้รับประโยชน์จากการลดภาษีครั้งนี้ประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวสามารถนำมาชดเชยกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้บางส่วน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรึงราคาขายบ้านได้นานขึ้น” นายวิศิษฐ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของมาตรการภาษีที่บังคับใช้เพียง 1 ปีนั้น ถือว่าสั้นเกินไป และมีเพียงกลุ่มผู้ประกอบการที่สร้างบ้านก่อนขาย หรือผู้ประกอบการที่มีบ้านสต็อกในมือจำนวนมากเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่หากเป็นโครงการบ้านใหม่ที่ลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการในครั้งนี้ เพราะแต่ละโครงการต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาโครงการมากกว่า1ปีขึ้นไปอยู่แล้ว
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรึงราคาขายบ้านได้นานขึ้น เพราะการลดภาษีธุรกิจเฉพาะลงช่วยให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง ขณะที่ภาษีที่ได้รับการลดหย่อนบางส่วนอาจคืนกลับไปให้ผู้บริโภค เช่น ฟรีค่าบริการส่วนกลาง ฟรีมิเตอร์น้ำและไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคได้
""เชื่อว่ามาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ จะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายที่รุนแรงขึ้น ซึ่งในส่วนของพฤกษาจะคืนผลประโยชน์จากภาษีเฉพาะไปให้แก่ลูกค้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัท”นายประเสริฐกล่าว
ด้านผู้บริโภคมองว่ามาตรการของภาครัฐเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการมากกว่าผู้บริโภค โดยนายอาชนัน วรานุศุภากุลอายุ อายุ 30 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ให้ความเห็นว่า ผู้ซื้อจะได้ประโยชน์จากภาษีจดจำนองเท่านั้น เพราะภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีการโอนน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการมากกว่า โดยเรื่องภาษีการโอนนั้น ต้องดูว่าโครงการเป็นผู้รับผิดชอบแทนผู้ซื้อหรือไม่ เพราะบางโครงการก็ต้องแบ่งกันรับผิดชอบคนละครึ่ง
ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการมีความประสงค์จะคืนกำไรให้ลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะทุกวันนี้ลูกค้าต้องการประหยัดเงินให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากจะคืนผลตอบแทนที่ได้จากมาตรการภาษีให้แก่ลูกค้า ก็อยากได้ในรูปของส่วนลด เนื่องจากวงเงินที่เสนอยื่นกู้ต่อสถาบันการเงินจะลดลง ทำให้ธนาคารมีโอกาสอนุมัติสินเชื่อได้เร็วขึ้น
“เท่าที่ดูลูกค้าได้ประโยชน์จากภาษีจดจำนองโดยตรง แต่ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก หากคอนโดมิเนียม 1 ล้านบาท เดิมเสียภาษีเฉพาะอยู่ที่ 1% คิดเป็น 1 หมื่นบาท แต่พอลดภาษีจะเหลือเสียภาษีเพียง 1,000 บาท หรือลดไปได้ 9,000 บาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับราคาคอนโดห้องละ 1 ล้านบาท” นายอาชนันกล่าว ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หลังจากมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีมาตรการลดภาษีและค่าธรรมเนียมในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2551 ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมาคึกคักขึ้น โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลให้ค่าธรรมเนียมการโอนลดจาก 2% เหลือ 0.01% ภาษีธุรกิจเฉพาะลดจาก 3.3% เหลือ 0.1% และค่าจดจำนองลดจาก 1% เหลือ 0.01% และมาตรการนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 28 มีนาคม 2552
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์มีผลบังคับใช้ พบว่ามีลูกค้าเข้ามาโอนบ้านมากขึ้น คาดว่ายอดโอนในช่วงไตรมาสสองปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.8-3.0 พันล้านบาท จากเป้าเดิมอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ซึ่งในไตรมาสแรกลูกค้ามีการชะลอการโอนบ้าน เพื่อรอรับผลดีจากมาตรการภาษีของภาครัฐที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ และผู้ประกอบการก็ได้ประโยชน์จากการลดภาษีธุรกิจเฉพาะลงด้วยดังนั้นบริษัทมีแผนที่จะคืนกำไรบางส่วนให้ลูกค้าด้วย
""ขณะนี้บริษัทกำลังสำรวจความต้องการของลูกค้าว่าจะให้คืนกำไรในรูปแบบใด เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการของภาครัฐ ไม่ใช่หวังว่าเราจะได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว เพราะมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการได้ประโยชน์มาก แม้จะเป็นระยะเวลาเพียง 1 ปีก็ตาม เราจึงต้องคืนกลับไปให้ลูกค้าบ้าง เพื่อเป็นการขอบคุณ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นหนึ่งในจริยธรรมการทำธุรกิจของแอลพีเอ็น"" นายโอภาสกล่าว
ขณะที่นายวิศิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวลลอปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า มาตรการภาษีของภาครัฐยังไม่ได้ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อมากนัก เพราะมาตรการดังกล่าวให้ประโยชน์แก่ผู้ประกอบการมากกว่าผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจสามารถรักษาสัดส่วนกำไรต่อหน่วยและตรึงราคาขายบ้านต่อหน่วยไว้ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ค่าวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 9 เดือนจากนี้ไปน่าจะมีทิศทางดีขึ้น แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการลงทุนพัฒนาโครงการในบางทำเล ต้องดูความต้องการซื้อและขายให้ดี เพราะการดูดซับสินค้าใหม่คงไม่รวดเร็วเหมือนในอดีต เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น
“หากคำนวณภาษีที่ลดลงกว่า 5.2% ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มผู้ประกอบการเป็นผู้ได้ประโยชน์มากกว่า หากผู้ประกอบการมีการโอนบ้านในช่วงที่มาตรการภาษีบังคับใช้ประมาณ 1 พันล้านบาท ก็ได้รับประโยชน์จากการลดภาษีครั้งนี้ประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวสามารถนำมาชดเชยกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้บางส่วน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรึงราคาขายบ้านได้นานขึ้น” นายวิศิษฐ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของมาตรการภาษีที่บังคับใช้เพียง 1 ปีนั้น ถือว่าสั้นเกินไป และมีเพียงกลุ่มผู้ประกอบการที่สร้างบ้านก่อนขาย หรือผู้ประกอบการที่มีบ้านสต็อกในมือจำนวนมากเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่หากเป็นโครงการบ้านใหม่ที่ลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการในครั้งนี้ เพราะแต่ละโครงการต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาโครงการมากกว่า1ปีขึ้นไปอยู่แล้ว
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรึงราคาขายบ้านได้นานขึ้น เพราะการลดภาษีธุรกิจเฉพาะลงช่วยให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง ขณะที่ภาษีที่ได้รับการลดหย่อนบางส่วนอาจคืนกลับไปให้ผู้บริโภค เช่น ฟรีค่าบริการส่วนกลาง ฟรีมิเตอร์น้ำและไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคได้
""เชื่อว่ามาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ จะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายที่รุนแรงขึ้น ซึ่งในส่วนของพฤกษาจะคืนผลประโยชน์จากภาษีเฉพาะไปให้แก่ลูกค้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัท”นายประเสริฐกล่าว
ด้านผู้บริโภคมองว่ามาตรการของภาครัฐเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการมากกว่าผู้บริโภค โดยนายอาชนัน วรานุศุภากุลอายุ อายุ 30 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ให้ความเห็นว่า ผู้ซื้อจะได้ประโยชน์จากภาษีจดจำนองเท่านั้น เพราะภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีการโอนน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการมากกว่า โดยเรื่องภาษีการโอนนั้น ต้องดูว่าโครงการเป็นผู้รับผิดชอบแทนผู้ซื้อหรือไม่ เพราะบางโครงการก็ต้องแบ่งกันรับผิดชอบคนละครึ่ง
ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการมีความประสงค์จะคืนกำไรให้ลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะทุกวันนี้ลูกค้าต้องการประหยัดเงินให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากจะคืนผลตอบแทนที่ได้จากมาตรการภาษีให้แก่ลูกค้า ก็อยากได้ในรูปของส่วนลด เนื่องจากวงเงินที่เสนอยื่นกู้ต่อสถาบันการเงินจะลดลง ทำให้ธนาคารมีโอกาสอนุมัติสินเชื่อได้เร็วขึ้น
“เท่าที่ดูลูกค้าได้ประโยชน์จากภาษีจดจำนองโดยตรง แต่ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก หากคอนโดมิเนียม 1 ล้านบาท เดิมเสียภาษีเฉพาะอยู่ที่ 1% คิดเป็น 1 หมื่นบาท แต่พอลดภาษีจะเหลือเสียภาษีเพียง 1,000 บาท หรือลดไปได้ 9,000 บาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับราคาคอนโดห้องละ 1 ล้านบาท” นายอาชนันกล่าว ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


