ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
อสังหาฯซบรายย่อยแย่ขาใหญ่รอด 23 กรกฎาคม 2551 

วิเคราะห์หลักทรัพย์ประเมินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ครึ่งปีหลังปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า “การเมืองไร้เสถียรภาพ เงินเฟ้อดบ.สูง” ตัวการฉุด ความมั่นใจประชาชน เชื่อส่งผลกระทบยอดขายแน่ นอน ขณะเดียวกันต้นทุนก่อสร้างยังสูงตามราคาน้ำมัน กดดันมาร์จิ้น ชี้มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ ช่วยดันยอดขายไตรมาส 2โตขึ้นก็ตาม แต่ ครึ่งปีหลังก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นตัวช่วยได้ต่อไป

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานแนวโน้มการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2551 ว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวมใน ช่วงครึ่งหลังปี 2551 คาดว่าจะยังคงชะลอตัว เนื่อง จากสภาวะตลาดยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อทั้งด้านกำลังซื้อและการ ลงทุนโครงการใหม่ๆ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกร ไทย ได้ประเมินทิศทางการลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์ในปี 2551อาจจะขยายตัวประมาณร้อยละ 0.8 จากที่หดตัวในปี 2550 โดยภาพรวมตลาดอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งหลังปี 2551 ยังคงมีปัจจัยบวกบางประการที่อาจกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้บริโภคที่มีความพร้อมทางการเงิน โดยปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ มาตรการ ภาษีเพื่อกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 มี.ค. 2552 ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์มากพอสมควร

ประกอบกับแรงกระตุ้นมาจากการแข่งขันเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินที่ขับเคี่ยวกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาที่มีความเข้มข้น และแนวโน้มราคาที่อยู่อาศัยที่จะมีการปรับสูงขึ้นตามต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการอาจพลิกวิกฤติต้นทุนเป็นโอกาสในการเสนอจุดขายแก่ลูกค้าในการซื้อบ้านราคาเดิม ปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมตัดสินใจในการซื้อที่อยู่อาศัยก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริโภคโดยทั่วไป อำนาจซื้อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มถูกกระทบจากปัจจัยลบหลายด้าน เริ่มตั้งแต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ต้นทุน การก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาวัสดุก่อสร้างได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กที่พุ่ง ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมีการปรับ ขึ้นราคาขายที่อยู่อาศัย ในขณะที่ผู้บริโภคเองก็กำลังเผชิญกับอำนาจการซื้อที่อยู่อาศัย หดแคบลง เนื่องจากภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออำนาจการซื้อ

นอกจากนี้ปัจจัยลบต่างๆ ทำให้สถาบันการเงินเพิ่มความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อมาก ขึ้น ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการพัฒนา โครงการอสังหาฯ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการบางราย สำหรับในส่วนของผู้บริโภคที่ในขณะนี้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคปรับสูงขึ้นกว่าร้อยละ 30 ของผู้ที่ขอสินเชื่อ ซึ่งส่งผลกระทบย้อนกลับมาสู่ตลาด

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รายหนึ่งให้ความเห็นว่า ในสถานการณ์ที่เข้าสู่ช่วงวิกฤติ จากปัญหาต้นทุนทั้งในส่วนของวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมันทะยาน และอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ รวมถึงทิศทาง ของดอกเบี้ยภายในประเทศ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น น่าจะทำให้การดำเนินงานก่อสร้างในครึ่งปีหลังของโครงการค่อนข้างลำบากมากขึ้นกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ที่ผ่านมามองว่าผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และคงจะต้องปรับตัวเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ และมีเงินทุนหนาสามารถทำธุรกิจได้ยาวนาน และไม่น่าจะมีผลกระทบจากภาวะดังกล่าวมากนัก ขณะเดียวกันหลายบริษัทปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับถึงการเปลี่ยนแปลง

ขณะที่แหล่งข่าวนักวิเคราะห์รายหนึ่งเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งหลังปี 51 หากมองภาพรวมยังคงเติบโตได้จากผลดีต่อ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดในเดือนมี.ค.52 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังมีปัจจัยกดดันที่เข้ามากระทบ ทั้งเรื่องดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น รวมทั้งประเด็นการเมืองที่ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเป็นปัจจัยหลักที่กระทบความเชื่อมั่นทำให้ความสามารถการซื้อน้อยลง ซึ่งอาจจะกลาย เป็นผลลบต่อผลประกอบการในส่วนของรายได้ให้ปรับลดลง แต่บริษัทที่มีงานในมือมากก็จะไม่เกิดปัญหา ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวจะทำให้เห็นว่าทุกรายเริ่มปรับตัว

นอกจากนี้ จากปัญหาต้นทุนผู้ประกอบการที่สร้างก่อนขายจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ในผู้ประกอบการที่สร้างตามพรีเซล หรือยอดขายจะได้รับผลกระทบ ซึ่งในบางรายจะเห็นว่ามีการปรับด้วยการสร้างบ้านที่มีขนาดเล็กลงซึ่งก็จะทำให้ระดับราคาลดลงตามไปด้วย

ส่วนการแข่งขันของอสังหาฯ ครึ่งหลังปีนี้คงจะไม่รุนแรงเพราะทุกบริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทุกราย แต่หากมองด้านสินค้าที่เป็นประเภทจะรุนแรง คือ โครงการคอนโดมิเนียม เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาซื้อในเมืองมากขึ้นจากปัญหาราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่าย ส่วนบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ไม่รุนแรงเพราะการแข่งขันไม่มาก

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center