ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ธปท.ปรับเป้าเงินเฟ้อ-เศรษฐกิจ สะท้อนราคาน้ำมัน-มาตรการกระตุ้นศก. 22 กรกฎาคม 2551 

นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท) เปิดเผยว่าขณะนี้สายนโยบายการเงินอยู่ระหว่างการจัดทำประมาณการเศรษฐกิจใหม่ซึ่งจะประกาศในรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อฉบับล่าสุดในวันที่ 28 กรกฏาคมนี้เนื่องจากจะต้องนำปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงใหม่มาพิจารณาร่วมด้วยเช่นมติการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 % ของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ผ่านมารวมทั้ง 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐว่าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้ออย่างไร และเพื่อให้ประมาณการใหม่นั้นสะท้อนเศรษฐกิจที่แท้จริง

นอกจากนี้อาจจะมีการปรับประมาณการราคาน้ำมันดิบดูใบเฉลี่ยทั้งปีใหม่ด้วย เนื่องจากราคาเฉลี่ยที่เสนอ กนง.ในครั้งที่ผ่านมา อาจจะสูงกว่าความเป็นจริง เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำมันดิบโลกราคาสูงมากกว่า 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จึงได้ตั้งสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในกรณีฐาน เฉลี่ยทั้งปีไว้สูงถึง 135 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งหมายความว่า ในครึ่งปีหลัง ราคาน้ำมันดิบดูไบจะสูงกว่า 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หลังจากนั้น ราคาได้ลดลงมาประมาณ 20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งการลดของราคาน้ำมันดิบโลกมีผลโดยตรงกับภาคเศรษฐกิจ

ส่วนการแข่งขันการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะสั้นของธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐในช่วงนี้ นางอมรากล่าวว่า เกิดขึ้นเนื่องจากสภาวะทางการเงินของไทยเริ่มมีปัญหาในเรื่องสภาพคล่อง ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์จำเป็นต้องเร่งระดมเงินฝากหรือไม่

" การเร่งระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขาดสภาพคล่องของระบบการเงินแต่เป็นการระดมเงินฝากเพื่อเตรียมพร้อมไว้เนื่องจากสถานการณ์การเงินในระดับโลกเกิดปัญหาขาดแคลนสภาพคล่องแต่หากเทียบสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากซึ่งพิจารณาได้ว่าสภาพคล่องตึงตัวหรือยังในขณะนี้ตัวเลขเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่ถึง 90 % ซึ่งทำให้มองได้ว่าสภาพคล่องของระบบยังไม่ตึงตัวธนาคารพาณิชย์มีเงินที่จะปล่อยสินเชื่อได้อีกมาก " นางอมรากล่าว

นอกจากนั้นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ ทั้งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกนง.และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์นั้นมองว่าเป็นการปรับสมดุลของระบบการเงินตามราคาของเงินซึ่งก็คืออัตราดอกเบี้ยตามที่ควรจะเป็นเพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในระดับต่ำมานานมากต่ำจนกระทั่งไม่จูงใจคนฝากเงินจนอาจทำให้เงินฝากในระบบหายไปเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงติดลบ6.6%และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงติดลบ1.65%ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและหากเป็นอย่างนี้ต่อไปแม้ว่ากนง.จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อส่งสัญญาณดูแลเงินเฟ้อสภาพตลาดจะปรับสมดุลเองในที่สุด

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center