ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
แบงก์พาณิชย์ปลื้มครึ่งปีแรกสอบผ่านฉลุย 22 กรกฎาคม 2551 

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของธนาคารและบริษัทย่อยก่อนสอบทานในไตรมาส 2 ของปี 2551 ว่า มีกำไรสุทธิ 4,270 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.78 บาท เทียบกับผลประกอบการในช่วงเดียวกันของปี 2550 ที่มีกำไรสุทธิ 4,088 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 1.71 บาท เท่ากับมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 4.45% และมีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 4.09%

สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2551 มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 8,708 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.64 บาท เปรียบเทียบกับผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2550 ที่มีกำไรสุทธิ 7,964 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 3.34 บาท เท่ากับมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.34% และมีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 8.98%

ด้าน นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2551 ว่า ธนาคารและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิก่อนการตรวจสอบรวม 2,748 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 20,895 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 18,147 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีที่แล้ว สำหรับผลดำเนินงานเฉพาะของธนาคาร มีกำไรสุทธิ 2,665 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20,878 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 18,213 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2550

ทั้งนี้ แบ่งเป็นรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิ 8,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% หรือ 198 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในงวดนี้ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.6% จาก 2.3% ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 133 ล้านบาท หรือ 3.2% ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพมี 70,500 ล้านบาท ลดลง 6,012 ล้านบาท จากสิ้นปี 2550 โดยมีสาเหตุจากการจำหน่ายสินเชื่อด้อยคุณภาพและการปรับโครงสร้างหนี้ จากหนี้สินรวม 575,974 ล้านบาท ซึ่งลดลง 1,667 ล้านบาท หรือ 0.3%

นายปลิว มังกรกนก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 501.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากดอกเบี้ยและเงินปันผลเพิ่มขึ้น 22.1% ตามการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้น 18.0% และการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 42.6% มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียม 25.3% ส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีแรกของธนาคารมีกำไรสุทธิ 930.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.75 ล้านบาท หรือ 17.2%

รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) แจ้งว่า ธนาคารได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2551 ของธนาคารและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิรวม 5,033.48 ล้านบาท ลดลง 309.30 ล้านบาท หรือลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2551 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 10,645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% โดยมีการขยายตัวที่ดีด้านสินเชื่อ และมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้ค่าธรรมเนียม และกำไรจากการปริวรรตเงินตรา ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย

ส่วนสินเชื่อมีการขยายตัวในระดับ 12.2% หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 126,301 ล้านบาท เป็น 1,161,692 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการที่ลูกค้ารายใหญ่ ลูกค้ารายกลาง และลูกค้าสาขาต่างประเทศ มีความต้องการด้านสินเชื่อหมุนเวียนมากขึ้น ด้านเงินฝากมีจำนวน 1,268,058 ล้านบาท อยู่ในระดับที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับยอดเงินฝาก ณ สิ้นปี 2550 ในขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 82,864 ล้านบาท หรือ 7% ของสินเชื่อรวม

ขณะที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2551 มีกำไรสุทธิ 2,034.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,506.36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 285.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 6,173.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1237.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25.07%

นายอภิชาติ เกษมกุลศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 56.87 ล้านบาท ลดลง 4.83 ล้านบาท ส่งผลให้ช่วงครึ่งแรกของปีมีกำไรสุทธิรวม 175.96 ล้านบาท ลดลง 1.14 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนงบเฉพาะกิจการธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 59.08 ล้านบาท ลดลง 33.95 ล้านบาท หรือ 36.49% ส่งผลให้ครึ่งแรกของปีมีกำไรสุทธิ 176.23 ล้านบาท ลดลง 54.05 ล้านบาท หรือคิดเป็น 23.47%

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2551 ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะดำเนินการได้อย่างยากลำบากมากขึ้น และมีเหตุที่ต้องระวัง เนื่องจากเศรษฐกิจจะชะลอ ค่าใช้จ่ายก็มีการปรับขึ้นมาเท่าตัว คนมีรายได้น้อยลง ก็จะมีผลต่อการคืนเงินกู้ทำให้มีการจ่ายล่าช้า รวมถึงหนี้บัตรเครดิตก็คงจะมีการชำระล่าช้าเช่นกัน ขณะที่การลงทุนก็คงจะมีการชะลอออกไป อย่างไรก็ตาม เมื่อแนวโน้มเป็นเช่นนี้ทุกฝ่ายก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่าตกใจ ซึ่งธนาคารก็คงจะมีการบริหารความเสี่ยงมากขึ้นและเดินหน้าการทำธุรกิจต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center