ข่าวอสังหาริมทรัพย์
อสังหาฯ ครึ่งปีหลังยังน่าห่วง 16 กรกฎาคม 2551
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังสภาพเศรษฐกิจยังมีความน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นและมีแนวโน้มจะถึงเลขสองหลักในช่วงไตรมาสสามนี้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.5% นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่จะปรับสูงขึ้น และปัญหาทางด้านการเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง
ทั้งนี้ ปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่งผล ต่อธุรกิจอสังหาฯ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ในเรื่องต้นทุนของการก่อสร้าง เบื้องต้นคาดว่าต้นทุนค่าก่อสร้างบ้านเดี่ยวจะปรับ ขึ้นอย่างต่ำ 15% คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น ต้นทุนก่อสร้างปรับขึ้น 20% และคอนโดมิเนียมไฮไรส์ ต้นทุนก่อสร้างปรับขึ้น 30%
สำหรับต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการรายใหญ่ เนื่อง จากยังสามารถทำตลาดได้ ขณะที่ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยถือว่ามีความลำบากในการดำเนินงาน
ส่วนในครึ่งปีหลังบริษัทจะเปิดตัว 6-7 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3.5 พันล้านบาท โดยจะพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 3 โครงการขนาด 150-200 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 13 ล้านบาทต่อยูนิต หวังให้รับประโยชน์จากมาตรการด้านภาษีที่จะหมดในวันที่ 28 มีนาคม 2552 และพัฒนาทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านบาทต่อโครงการ แบ่ง การขายเป็น 2 เฟส ราคาขายเริ่มต้นที่ 3-4 ล้านบาทต่อยูนิตโครงการใหม่ในกลุ่มทาวน์เฮาส์ที่จะเปิดใหม่ จะออกแบบเพื่อประหยัดพลังงานและหลังจากนี้บริษัทจะพัฒนาโครงการโดยเน้นออกแบบบ้านเพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น ส่วนอีก 2 โครงการที่จะเปิดใหม่เป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการมูลค่ารวม 4 พันล้านบาทต่อโครงการอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตสิ่งแวดล้อมซึ่งอาจเปิดไม่ทันในปีนี้
ธ.กรุงศรีฯครึ่งปีหลังรัฐเตรียมมาตรการช่วยอสังหาฯธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุ ประเด็นความคืบหน้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญภาครัฐจะประเมินธุรกิจอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง ก่อนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมเพิ่มเติมจากครึ่งปีแรก ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจอสังหาฯ จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการก่อสร้าง โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้าง ทั้งเหล็กและปูนซีเมนต์ที่จะปรับขึ้นอีกในระยะต่อไป (ในเดือนพ.ค. ราคาเหล็กและปูนซีเมนต์ปรับขึ้นไปแล้ว 67.2% และ 7.2% ตามลำดับเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน) ซึ่งหากประเมินแล้วว่าต้นทุนการก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคอสังหาฯ จนทำให้การขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงรุนแรง ภาครัฐก็อาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังเพิ่มเติม
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังสภาพเศรษฐกิจยังมีความน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นและมีแนวโน้มจะถึงเลขสองหลักในช่วงไตรมาสสามนี้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.5% นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่จะปรับสูงขึ้น และปัญหาทางด้านการเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง
ทั้งนี้ ปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่งผล ต่อธุรกิจอสังหาฯ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ในเรื่องต้นทุนของการก่อสร้าง เบื้องต้นคาดว่าต้นทุนค่าก่อสร้างบ้านเดี่ยวจะปรับ ขึ้นอย่างต่ำ 15% คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น ต้นทุนก่อสร้างปรับขึ้น 20% และคอนโดมิเนียมไฮไรส์ ต้นทุนก่อสร้างปรับขึ้น 30%
สำหรับต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการรายใหญ่ เนื่อง จากยังสามารถทำตลาดได้ ขณะที่ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยถือว่ามีความลำบากในการดำเนินงาน
ส่วนในครึ่งปีหลังบริษัทจะเปิดตัว 6-7 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3.5 พันล้านบาท โดยจะพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 3 โครงการขนาด 150-200 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 13 ล้านบาทต่อยูนิต หวังให้รับประโยชน์จากมาตรการด้านภาษีที่จะหมดในวันที่ 28 มีนาคม 2552 และพัฒนาทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านบาทต่อโครงการ แบ่ง การขายเป็น 2 เฟส ราคาขายเริ่มต้นที่ 3-4 ล้านบาทต่อยูนิตโครงการใหม่ในกลุ่มทาวน์เฮาส์ที่จะเปิดใหม่ จะออกแบบเพื่อประหยัดพลังงานและหลังจากนี้บริษัทจะพัฒนาโครงการโดยเน้นออกแบบบ้านเพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น ส่วนอีก 2 โครงการที่จะเปิดใหม่เป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการมูลค่ารวม 4 พันล้านบาทต่อโครงการอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตสิ่งแวดล้อมซึ่งอาจเปิดไม่ทันในปีนี้
ธ.กรุงศรีฯครึ่งปีหลังรัฐเตรียมมาตรการช่วยอสังหาฯธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุ ประเด็นความคืบหน้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญภาครัฐจะประเมินธุรกิจอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง ก่อนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมเพิ่มเติมจากครึ่งปีแรก ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจอสังหาฯ จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการก่อสร้าง โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้าง ทั้งเหล็กและปูนซีเมนต์ที่จะปรับขึ้นอีกในระยะต่อไป (ในเดือนพ.ค. ราคาเหล็กและปูนซีเมนต์ปรับขึ้นไปแล้ว 67.2% และ 7.2% ตามลำดับเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน) ซึ่งหากประเมินแล้วว่าต้นทุนการก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคอสังหาฯ จนทำให้การขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงรุนแรง ภาครัฐก็อาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังเพิ่มเติม
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


