ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
อสังหาฯรายเล็กขายที่กิน 10 กรกฎาคม 2551 

แหล่งข่าวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ของบริษัทพัฒนาที่ดินรายกลางและรายเล็กอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะธนาคารชะลอการปล่อยสินเชื่อ ในขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น ประกอบกับกำลังซื้อของลูกค้าลดลงจากปัญหาราคาน้ำมันและอัตรา เงินเฟ้อ ทำให้หลายบริษัทเริ่มมีปัญหาด้านสภาพคล่องจนต้องขายโครงการ และที่ดินออกไป

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโครงการที่ตัดสินใจหยุดพัฒนาโครงการ และคืนเงินดาวน์ให้ผู้ซื้อ และเสนอขายโครงการที่พัฒนาอยู่ หรือตัดขายที่ดินเปล่าขายให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งด้านการเงิน ในราคาส่วนลดประมาณ 10-15% โดยบริษัทใหญ่ๆ ที่เข้าไปกว้านซื้อที่ดินอยู่ในขณะนี้ เช่น บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ เป็นต้น

ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง น่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มในอัตราเลข 2 หลัก ขณะที่ดอกเบี้ยมี แนวโน้มจะขยับขึ้นไม่น้อยกว่า 50 สตางค์ ส่วนราคาน้ำมันยังปรับขึ้นราคาไม่หยุด และการเมืองไม่มีเสถียรภาพ

ปัจจัยต่างๆ จะยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และ ผู้บริโภค ซึ่งจะฉุดให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในครึ่งปีหลังชะลอตัวลงอีก โดยคาดว่าทั้งปีตลาดจะหดตัวลง โดยที่บ้านจดทะเบียนจะติดลบประมาณ 5% อย่างไรก็ตาม ในด้านการขายยังไปได้ดี โดยเฉพาะบริษัทรายใหญ่ที่เพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากรายกลาง-เล็กได้มากขึ้น

ประกอบกับบริษัทรายใหญ่ยัง มีสินค้าที่ขายแล้ว กำลังรอโอน อยู่ส่วนหนึ่ง ทำให้ยอดรับรู้รายได้ยังมีอัตราการเติบโต และยังได้ประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนภาษี ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 10% เป็น 13% หรือเติบโตประมาณ 30% ในขณะที่บริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่จะเติบโตเกิน 50% และมีส่วนแบ่งในตลาดเกินกว่า 60%

“ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 มีบริษัทพัฒนาที่ดินในตลาดอยู่ประมาณ 3,000 ราย และลดลงเหลือ 300 รายหลังวิกฤต เมื่อเศรษฐกิจกลับสู่สภาพปกติมีบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ราย แต่ขณะนี้คาดว่าเหลือผู้ประกอบการราย กลาง-เล็กอยู่เพียง 500 ราย และอาจจะลดลงไปได้อีก ผู้ประกอบการรายเล็ก-กลางจึงต้องรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้มากขึ้น” นายธีระชน กล่าว สำหรับสถานการณ์ขณะนี้บริษัทยังคงเป้ายอดขายเดิมที่ 9,000 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center