ข่าวอสังหาริมทรัพย์
งบสร้างรถไฟฟ้ากระฉูด สายสีแดงแตะ7.7หมื่นล้าน 8 กรกฎาคม 2551
"สันติ"รมว.คมนาคม เตรียมปรับวงเงินสายสีแดงเพิ่มหลังต้นทุนการก่อสร้างพุ่งไม่หยุด โดยเฉพาะราคาวัสดุก่อสร้าง จี้ร.ฟ.ท.กลับไปทำรายละเอียดส่งอีกครั้ง ก่อนชงเรื่องเข้าครม.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค)การรถไฟแห่งประเทศไทย( ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อปรึกษาแนวทางโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้า ว่ากระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดให้โครงการดังกล่าวเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะกรอบวงเงินการก่อสร้างที่อาจจะปรับเพิ่มขึ้น"กระทรวงมีความเป็นห่วง และจะต้องใช้ความรอบคอบ เพราะกรอบวงเงินแต่ละสายไม่นิ่ง เนื่องจากราคาค่าวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างได้เพิ่มขึ้น โดยในส่วนของสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต เบื้องต้น ร.ฟ.ท.จะขออนุมัติปรับกรอบวงเงินเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 5.9 หมื่นล้านบาท มาเป็น 6.6 หมื่นล้านบาท และสุดท้ายมาอยู่ที่ 7.7 หมื่นล้านบาท" นายสันติกล่าววงเงินค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 77,563 ล้านบาท มูลค่าดังกล่าวยังไม่รวมค่าขบวนรถไฟฟ้า แบ่งเป็นงานโยธาสถานีบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง 34,458 ล้านบาท ,งานโยธาแนวส้นทาง 25,075 ล้านบาท และงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 18,030 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมเห็นว่า ร.ฟ.ท.ควรกลับไปทำรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้งว่าปัจจัยที่ส่งผลให้ต้องเพิ่มกรอบวงเงินคือสิ่งใดบ้าง เพื่อให้สามารถชี้แจงต่อสังคมได้ จากนั้นให้เร่งนำส่งกระทรวงคมนาคม ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เจบิคพิจารณาอนุมัติเงินกู้ คาดว่าไม่น่าจะใช้เวลาเกิน 3 เดือนนอกจากนี้ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(ช่วงหัวลำโพง-บางแค )ขณะนี้ยังติดปัญหาในส่วนของระบบน้ำเสีย ช่วงระหว่างซ.เพชรเกษม 48 ซึ่งร.ฟ.ม. เตรียมที่จะรายงานต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(อีไอเอ) อีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการครั้งต่อไป ส่วนสายสีเขียวเข้ม (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-ลำลูกกา) และสีเขียวอ่อน (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ)
ล่าสุด แบบก่อสร้างมีความสมบูรณ์พร้อมแล้ว เหลือเพียงรอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะผ่านขั้นตอนดังกล่าวได้ภายในเดือนนี้อย่างไรก็ตามกรอบวงเงินทั้งหมดของโครงการที่วางไว้ที่ 700,00 ล้านบาท อาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งในปีนี้จะใช้เงินสำหรับการลงทุนระบบรางประมาณ 270,000 ล้านบาท และในปี 2552จะใช้เงินประมาณ 500,000 ล้านบาท อาจจะต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ก่อน เนื่องจากในเดือนสิงหาคมนี้ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ที่ประเทศจีนจะเสร็จสิ้นลง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าราคาน้ำมันและอุปกรณ์ก่อสร้างโดยเฉพาะเหล็กอาจจะปรับตัวลดลงนายสันติ กล่าวว่าในส่วนของการกู้เงินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงนั้น เบื้องต้นจะกู้จากเจบิคทั้งหมด ยกเว้นค่าเวนคืนที่ดิน หากโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้น คาดว่าจะมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน และจะเป็นการลดรายจ่ายค่าน้ำมันให้กับประชาชนได้
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"สันติ"รมว.คมนาคม เตรียมปรับวงเงินสายสีแดงเพิ่มหลังต้นทุนการก่อสร้างพุ่งไม่หยุด โดยเฉพาะราคาวัสดุก่อสร้าง จี้ร.ฟ.ท.กลับไปทำรายละเอียดส่งอีกครั้ง ก่อนชงเรื่องเข้าครม.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค)การรถไฟแห่งประเทศไทย( ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อปรึกษาแนวทางโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้า ว่ากระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดให้โครงการดังกล่าวเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะกรอบวงเงินการก่อสร้างที่อาจจะปรับเพิ่มขึ้น"กระทรวงมีความเป็นห่วง และจะต้องใช้ความรอบคอบ เพราะกรอบวงเงินแต่ละสายไม่นิ่ง เนื่องจากราคาค่าวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างได้เพิ่มขึ้น โดยในส่วนของสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต เบื้องต้น ร.ฟ.ท.จะขออนุมัติปรับกรอบวงเงินเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 5.9 หมื่นล้านบาท มาเป็น 6.6 หมื่นล้านบาท และสุดท้ายมาอยู่ที่ 7.7 หมื่นล้านบาท" นายสันติกล่าววงเงินค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 77,563 ล้านบาท มูลค่าดังกล่าวยังไม่รวมค่าขบวนรถไฟฟ้า แบ่งเป็นงานโยธาสถานีบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง 34,458 ล้านบาท ,งานโยธาแนวส้นทาง 25,075 ล้านบาท และงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 18,030 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมเห็นว่า ร.ฟ.ท.ควรกลับไปทำรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้งว่าปัจจัยที่ส่งผลให้ต้องเพิ่มกรอบวงเงินคือสิ่งใดบ้าง เพื่อให้สามารถชี้แจงต่อสังคมได้ จากนั้นให้เร่งนำส่งกระทรวงคมนาคม ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เจบิคพิจารณาอนุมัติเงินกู้ คาดว่าไม่น่าจะใช้เวลาเกิน 3 เดือนนอกจากนี้ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(ช่วงหัวลำโพง-บางแค )ขณะนี้ยังติดปัญหาในส่วนของระบบน้ำเสีย ช่วงระหว่างซ.เพชรเกษม 48 ซึ่งร.ฟ.ม. เตรียมที่จะรายงานต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(อีไอเอ) อีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการครั้งต่อไป ส่วนสายสีเขียวเข้ม (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-ลำลูกกา) และสีเขียวอ่อน (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ)
ล่าสุด แบบก่อสร้างมีความสมบูรณ์พร้อมแล้ว เหลือเพียงรอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะผ่านขั้นตอนดังกล่าวได้ภายในเดือนนี้อย่างไรก็ตามกรอบวงเงินทั้งหมดของโครงการที่วางไว้ที่ 700,00 ล้านบาท อาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งในปีนี้จะใช้เงินสำหรับการลงทุนระบบรางประมาณ 270,000 ล้านบาท และในปี 2552จะใช้เงินประมาณ 500,000 ล้านบาท อาจจะต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ก่อน เนื่องจากในเดือนสิงหาคมนี้ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ที่ประเทศจีนจะเสร็จสิ้นลง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าราคาน้ำมันและอุปกรณ์ก่อสร้างโดยเฉพาะเหล็กอาจจะปรับตัวลดลงนายสันติ กล่าวว่าในส่วนของการกู้เงินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงนั้น เบื้องต้นจะกู้จากเจบิคทั้งหมด ยกเว้นค่าเวนคืนที่ดิน หากโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้น คาดว่าจะมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน และจะเป็นการลดรายจ่ายค่าน้ำมันให้กับประชาชนได้
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


