ข่าวอสังหาริมทรัพย์
4 เดือนบ้านจดทะเบียนหด 10% + ชี้ครึ่งปีหลังยังชะลอ/ยักษ์จัดสรรกลืนตลาดรายเล็ก-กำไรไตรมาส 2 เพิ 8 กรกฎาคม 2551
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ยอดจดทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ล่าสุดช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) อยู่ที่ประมาณ 19,000 หน่วย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10% แบ่งเป็นอาคารชุด 23% และบ้านเดี่ยว 56% ส่วนทาวน์เฮาส์อยู่ที่ 20% ขณะที่บ้านแฝดมีสัดส่วน 1% โดยบ้านจดทะเบียนใหม่ทั้งหมดมีสัดส่วนอยู่ในกรุงเทพฯ 56% หรือประมาณ 11,000 หน่วย และปริมณฑลอีก 44% หรือ 80,000 หน่วย
อย่างไรก็ดี ทิศทางตลาดครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าทั้งปัญหาราคาน้ำมันที่กระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภค ปัญหาภาวะเงินเฟ้อที่กระทบต่อกำลังซื้อบ้านและปัญหาทางด้านการเมือง ขณะเดียวกันก็ยังมีปัจจัยบวกคือมาตรการลดหย่อนภาษีในการซื้อขายบ้าน ทั้งนี้ต้องคอยติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่าระหว่างปัจจัยบวกและปัจจัยลบอย่างใดจะร้อนแรงมากกว่ากัน และจะช่วยกระตุ้นตลาดได้มากน้อยแค่ไหน คาดว่าในครึ่งปีหลังยอดโอนบ้านจะเพิ่มขึ้นโดยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 70,000 หน่วย
ส่วนแหล่งข่าวระดับสูงในวงการอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า สิ้นไตรมาสแรกปี 2551 (ม.ค.-มี.ค.) บ้านใหม่จดทะเบียนมีจำนวนทั้งสิ้น 15,171 หน่วย ลดลง -2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดจดทะเบียนบ้านใหม่อยู่ที่ 15,631 หน่วย แบ่งเป็นบ้านสร้างเอง 5,980 หน่วยและบ้านที่ซื้อจากโครงการบ้านจัดสรร 9,191 หน่วย โดยตลาดบ้านสร้างเองติดลบถึง 17.3% และบ้านที่ซื้อจากโครงการจัดสรรติดลบ 9.4% ในจำนวนนี้แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 8,492 หน่วย มีจำนวนลดลง 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน, ทาวน์เฮาส์ จำนวน 2,895 หน่วย ลดลงประมาณ 22.6% และคอนโดมิเนียม จำนวน 3,784 หน่วย โตขึ้น 31.8% โดยภาพรวมตลาดชะลอตัวลง
ขณะที่ไตรมาสองบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่มีผลประกอบการที่ดีเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรสุทธิในไตรมาสสองเกิน 250 ล้านบาท ส่วนบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรเกิน 500 ล้านบาท ในขณะที่บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรอยู่ประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรเกิน 1,000 ล้านบาท บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรประมาณ 400 ล้านบาท และบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรเฉียด 300 ล้านบาท แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายอธิป พีชานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมียอดขาย ณ ครึ่งปีอยู่ที่ 5,300 ล้านบาท ทะลุเป้าที่ได้ตั้งไว้ 5,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากการที่บริษัททำสินค้าถูกกับสถานการณ์ตลาดปัจจุบันและได้มีการเร่งโอนในไตรมาสสองเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการซื้อขายบ้านและเชื่อว่ายอดขายทั้งปีจะแตะ 10,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน
สำหรับทิศทางตลาดในครึ่งปีหลังต้องคอยติดตามสถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด โดยปัญหาเงินเฟ้ออาจจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อบ้านของผู้บริโภคได้ ซึ่งโดยภาพรวมแล้วตลาดครึ่งปีหลังน่าจะทรงตัวแต่ไม่ถึงกับทรุดเพราะประชาชนยังไม่ตกงาน ส่วนมาตรการลดหย่อนทางภาษีการซื้อ-ขายอสังหาฯ ที่เดิมทุกคนคาดการณ์ว่าจะเป็นปัจจัยบวกได้เริ่มถูกความร้อนแรงของราคาน้ำมันกดทับไว้ทำให้ในครึ่งปีหลังส่งผลในทางบวกไม่ค่อยชัดเจนแต่ก็ช่วยบรรเทาสถานการณ์ต้นทุนของผู้ประกอบการในครึ่งปีแรกให้ทุเลาลงได้ อย่างไรก็ดีมาตรการอาจส่งผลให้เห็นชัดในช่วงปลายปีที่กำลังจะสิ้นสุดมาตรการ
ส่วนนายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงทิศทางตลาดบ้านในครึ่งปีหลังว่า ไม่กล้าคาดเดาสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง เพราะอย่างเช่นกรณีของครึ่งปีแรกในช่วงต้นปีตลาดดูเหมือนจะดีเพราะมีการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็มาทรงตัวในช่วงไตรมาสสองแม้จะมีมาตรการลดหย่อนภาษีซื้อขายอสังหาฯมาช่วย แต่ในความเห็นส่วนตัวก็ไม่คิดว่าตลาดจะแย่กว่าปี 2550 เพราะรายได้ของผู้ประกอบการรายใหญ่โตขึ้นจากการได้ส่วนแบ่งมาจากผู้ประกอบการรายเล็กที่ทยอยหายออกไปจากตลาด ทั้งนี้สภาพตลาดในปัจจุบันจะเป็นรายใหญ่แข่งขันกันเองโดยรายใหญ่ที่อยู่ได้จะต้องมีการกระจายความเสี่ยงคือมีสินค้าที่หลากหลายกระจายอยู่ทุกทำเล ส่วนรายเล็กที่จะอยู่ได้ต้องมีทำเลที่ตั้งโครงการที่สามารถแข่งขันได้และมีฐานการเงินที่ดีโดยยอมรับว่าเป็นปีที่ผู้ประกอบการอสังหาฯต้องเหนื่อยมาก
นอกจากนี้ นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ไม่สามารถคาดเดาตลาดได้ตลอดครึ่งปี เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ ทั้งปัญหาราคาน้ำมัน ภาวะการเมือง และเงินเฟ้อ แต่โดยภาพรวมแล้วขณะนี้ชะลอตัวลงโดยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมากำลังซื้อนิ่ง ทั้งนี้ตลาดอสังหาฯจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก หากจีดีพีอยู่ที่ 4.5% จริง เชื่อว่ากำลังซื้อยังมีอยู่หรือถ้าแย่ก็ไม่มาก แต่ถ้าหากลงมาแตะที่ 3% ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับจีพีดีทั้งความเชื่อมั่นและความเสถียรภาพในหน้าที่การงาน ส่วนปัญหาเรื่องอัตราดอกเบี้ยนั้นเป็นเรื่องรองเพราะแม้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลงแต่ความมั่นใจไม่เกิดผู้บริโภคก็ไม่ซื้อบ้าน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดคอนโดมิเนียมในแนวรถไฟฟ้ายังมีกำลังซื้อสูง สังเกตได้จากจำนวนที่เข้ามาสู่ตลาดโดยมากจะมียูนิตเหลือขายที่น้อย เพราะยิ่งราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นปัจจัยให้คนหันมาอยู่อาศัยในเมือง ส่วนบ้านเดี่ยวนั้นไม่เชื่อว่าตลาดจะกลับมาเพราะยังมีบ้านเดี่ยวที่ยังขายไม่ได้และเหลืออยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก โดยขณะนี้ตลาดมีการแข่งขันสูงจากผู้ประกอบการรายใหญ่และต้องใหญ่จริงๆ ถึงจะอยู่ได้ ปัจจุบันนี้ 80% ของรายได้ในอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยมาจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ส่วนนายพิเชษฐ์ ศุภกิจจานุสันติ กรรมการบริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มองตลาดอสังหาฯในครึ่งปีหลังว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยภาวะเงินเฟ้อทำให้คนที่มีกำลังซื้อรีบตัดสินใจซื้อบ้านและราคาน้ำมันยังเอื้อหนุนตลาดคอนโดมิเนียมอีกด้วย แต่ราคาน้ำมันก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อต้นทุนค่าก่อสร้างของผู้ประกอบการและอาจบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับกลาง-ล่างซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดรวมชะลอตัวลงแต่ไม่ถึงกับชะงักเพราะลูกค้ายังไม่มีปัญหาเรื่องรายได้ ด้านมาตรการลดหย่อนภาษีซื้อขายบ้านที่ภาครัฐออกมาเพื่อช่วยธุรกิจอสังหาฯและให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นนั้นเห็นได้ไม่ชัดเจนเพราะมีปัจจัยลบที่มีความร้อนแรงมากกว่ามากลบแต่ก็ช่วยให้ค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการลดลง 3-4%
เช่นเดียวกับ ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางตลาดบ้านครึ่งปีหลังว่า โดยภาพรวมแล้วตลาดน่าจะทรงตัวจากปัญหาเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และการเมืองโดยถ้าเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรกแล้วตลาดในช่วงต้นปีดีกว่า แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่จะมีรายได้เติบโตขึ้นเพราะได้ส่วนแบ่งตลาดจากผู้ประกอบการที่หายออกไปจากตลาด
ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า ผู้ประกอบการเริ่มมีการจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค อาทิ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่ซื้อบ้านเอเชี่ยนในระหว่างวันที่ 1 ก.ค.- 31 ส.ค.2551 โดยธนาคารไทยพาณิชย์จะเป็นผู้จ่ายค่าไฟในเดือนแรกมูลค่า 1,500 บาท
ส่วนบริษัท เดอะสตาร์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นำห้องชุดในโครงการ เดอะ สตาร์ เอสเตท พระราม 3 จำนวน 17 ยูนิต สุดท้ายมาลดราคามากถึง 20% ประกอบด้วยแบบ 1 ห้องนอน 54 ตร.ม. แบบ 2 ห้องนอน 84 ตร.ม. และ แบบ 3 ห้องนอน 105 ตร.ม.เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังโดยต้องการที่จะปิดการขายโครงการทั้งหมดภายในปีนี้ และบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จัดแคมเปญ American Express Shopping สำหรับสมาชิกที่ใช้จ่ายผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพลส ทุกๆ 1,000 บาท มีสิทธ์ลุ้นรับคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง อกัสตัน สุขุมวิท 22 มูลค่า 7.5 ล้านบาท โดยเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ส.ค.2551
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ยอดจดทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ล่าสุดช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) อยู่ที่ประมาณ 19,000 หน่วย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10% แบ่งเป็นอาคารชุด 23% และบ้านเดี่ยว 56% ส่วนทาวน์เฮาส์อยู่ที่ 20% ขณะที่บ้านแฝดมีสัดส่วน 1% โดยบ้านจดทะเบียนใหม่ทั้งหมดมีสัดส่วนอยู่ในกรุงเทพฯ 56% หรือประมาณ 11,000 หน่วย และปริมณฑลอีก 44% หรือ 80,000 หน่วย
อย่างไรก็ดี ทิศทางตลาดครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าทั้งปัญหาราคาน้ำมันที่กระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภค ปัญหาภาวะเงินเฟ้อที่กระทบต่อกำลังซื้อบ้านและปัญหาทางด้านการเมือง ขณะเดียวกันก็ยังมีปัจจัยบวกคือมาตรการลดหย่อนภาษีในการซื้อขายบ้าน ทั้งนี้ต้องคอยติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่าระหว่างปัจจัยบวกและปัจจัยลบอย่างใดจะร้อนแรงมากกว่ากัน และจะช่วยกระตุ้นตลาดได้มากน้อยแค่ไหน คาดว่าในครึ่งปีหลังยอดโอนบ้านจะเพิ่มขึ้นโดยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 70,000 หน่วย
ส่วนแหล่งข่าวระดับสูงในวงการอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า สิ้นไตรมาสแรกปี 2551 (ม.ค.-มี.ค.) บ้านใหม่จดทะเบียนมีจำนวนทั้งสิ้น 15,171 หน่วย ลดลง -2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดจดทะเบียนบ้านใหม่อยู่ที่ 15,631 หน่วย แบ่งเป็นบ้านสร้างเอง 5,980 หน่วยและบ้านที่ซื้อจากโครงการบ้านจัดสรร 9,191 หน่วย โดยตลาดบ้านสร้างเองติดลบถึง 17.3% และบ้านที่ซื้อจากโครงการจัดสรรติดลบ 9.4% ในจำนวนนี้แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 8,492 หน่วย มีจำนวนลดลง 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน, ทาวน์เฮาส์ จำนวน 2,895 หน่วย ลดลงประมาณ 22.6% และคอนโดมิเนียม จำนวน 3,784 หน่วย โตขึ้น 31.8% โดยภาพรวมตลาดชะลอตัวลง
ขณะที่ไตรมาสองบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่มีผลประกอบการที่ดีเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรสุทธิในไตรมาสสองเกิน 250 ล้านบาท ส่วนบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรเกิน 500 ล้านบาท ในขณะที่บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรอยู่ประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรเกิน 1,000 ล้านบาท บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรประมาณ 400 ล้านบาท และบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรเฉียด 300 ล้านบาท แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายอธิป พีชานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมียอดขาย ณ ครึ่งปีอยู่ที่ 5,300 ล้านบาท ทะลุเป้าที่ได้ตั้งไว้ 5,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากการที่บริษัททำสินค้าถูกกับสถานการณ์ตลาดปัจจุบันและได้มีการเร่งโอนในไตรมาสสองเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการซื้อขายบ้านและเชื่อว่ายอดขายทั้งปีจะแตะ 10,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน
สำหรับทิศทางตลาดในครึ่งปีหลังต้องคอยติดตามสถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด โดยปัญหาเงินเฟ้ออาจจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อบ้านของผู้บริโภคได้ ซึ่งโดยภาพรวมแล้วตลาดครึ่งปีหลังน่าจะทรงตัวแต่ไม่ถึงกับทรุดเพราะประชาชนยังไม่ตกงาน ส่วนมาตรการลดหย่อนทางภาษีการซื้อ-ขายอสังหาฯ ที่เดิมทุกคนคาดการณ์ว่าจะเป็นปัจจัยบวกได้เริ่มถูกความร้อนแรงของราคาน้ำมันกดทับไว้ทำให้ในครึ่งปีหลังส่งผลในทางบวกไม่ค่อยชัดเจนแต่ก็ช่วยบรรเทาสถานการณ์ต้นทุนของผู้ประกอบการในครึ่งปีแรกให้ทุเลาลงได้ อย่างไรก็ดีมาตรการอาจส่งผลให้เห็นชัดในช่วงปลายปีที่กำลังจะสิ้นสุดมาตรการ
ส่วนนายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงทิศทางตลาดบ้านในครึ่งปีหลังว่า ไม่กล้าคาดเดาสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง เพราะอย่างเช่นกรณีของครึ่งปีแรกในช่วงต้นปีตลาดดูเหมือนจะดีเพราะมีการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็มาทรงตัวในช่วงไตรมาสสองแม้จะมีมาตรการลดหย่อนภาษีซื้อขายอสังหาฯมาช่วย แต่ในความเห็นส่วนตัวก็ไม่คิดว่าตลาดจะแย่กว่าปี 2550 เพราะรายได้ของผู้ประกอบการรายใหญ่โตขึ้นจากการได้ส่วนแบ่งมาจากผู้ประกอบการรายเล็กที่ทยอยหายออกไปจากตลาด ทั้งนี้สภาพตลาดในปัจจุบันจะเป็นรายใหญ่แข่งขันกันเองโดยรายใหญ่ที่อยู่ได้จะต้องมีการกระจายความเสี่ยงคือมีสินค้าที่หลากหลายกระจายอยู่ทุกทำเล ส่วนรายเล็กที่จะอยู่ได้ต้องมีทำเลที่ตั้งโครงการที่สามารถแข่งขันได้และมีฐานการเงินที่ดีโดยยอมรับว่าเป็นปีที่ผู้ประกอบการอสังหาฯต้องเหนื่อยมาก
นอกจากนี้ นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ไม่สามารถคาดเดาตลาดได้ตลอดครึ่งปี เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ ทั้งปัญหาราคาน้ำมัน ภาวะการเมือง และเงินเฟ้อ แต่โดยภาพรวมแล้วขณะนี้ชะลอตัวลงโดยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมากำลังซื้อนิ่ง ทั้งนี้ตลาดอสังหาฯจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก หากจีดีพีอยู่ที่ 4.5% จริง เชื่อว่ากำลังซื้อยังมีอยู่หรือถ้าแย่ก็ไม่มาก แต่ถ้าหากลงมาแตะที่ 3% ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับจีพีดีทั้งความเชื่อมั่นและความเสถียรภาพในหน้าที่การงาน ส่วนปัญหาเรื่องอัตราดอกเบี้ยนั้นเป็นเรื่องรองเพราะแม้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลงแต่ความมั่นใจไม่เกิดผู้บริโภคก็ไม่ซื้อบ้าน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดคอนโดมิเนียมในแนวรถไฟฟ้ายังมีกำลังซื้อสูง สังเกตได้จากจำนวนที่เข้ามาสู่ตลาดโดยมากจะมียูนิตเหลือขายที่น้อย เพราะยิ่งราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นปัจจัยให้คนหันมาอยู่อาศัยในเมือง ส่วนบ้านเดี่ยวนั้นไม่เชื่อว่าตลาดจะกลับมาเพราะยังมีบ้านเดี่ยวที่ยังขายไม่ได้และเหลืออยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก โดยขณะนี้ตลาดมีการแข่งขันสูงจากผู้ประกอบการรายใหญ่และต้องใหญ่จริงๆ ถึงจะอยู่ได้ ปัจจุบันนี้ 80% ของรายได้ในอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยมาจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ส่วนนายพิเชษฐ์ ศุภกิจจานุสันติ กรรมการบริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มองตลาดอสังหาฯในครึ่งปีหลังว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยภาวะเงินเฟ้อทำให้คนที่มีกำลังซื้อรีบตัดสินใจซื้อบ้านและราคาน้ำมันยังเอื้อหนุนตลาดคอนโดมิเนียมอีกด้วย แต่ราคาน้ำมันก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อต้นทุนค่าก่อสร้างของผู้ประกอบการและอาจบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับกลาง-ล่างซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดรวมชะลอตัวลงแต่ไม่ถึงกับชะงักเพราะลูกค้ายังไม่มีปัญหาเรื่องรายได้ ด้านมาตรการลดหย่อนภาษีซื้อขายบ้านที่ภาครัฐออกมาเพื่อช่วยธุรกิจอสังหาฯและให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นนั้นเห็นได้ไม่ชัดเจนเพราะมีปัจจัยลบที่มีความร้อนแรงมากกว่ามากลบแต่ก็ช่วยให้ค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการลดลง 3-4%
เช่นเดียวกับ ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางตลาดบ้านครึ่งปีหลังว่า โดยภาพรวมแล้วตลาดน่าจะทรงตัวจากปัญหาเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และการเมืองโดยถ้าเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรกแล้วตลาดในช่วงต้นปีดีกว่า แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่จะมีรายได้เติบโตขึ้นเพราะได้ส่วนแบ่งตลาดจากผู้ประกอบการที่หายออกไปจากตลาด
ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า ผู้ประกอบการเริ่มมีการจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค อาทิ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่ซื้อบ้านเอเชี่ยนในระหว่างวันที่ 1 ก.ค.- 31 ส.ค.2551 โดยธนาคารไทยพาณิชย์จะเป็นผู้จ่ายค่าไฟในเดือนแรกมูลค่า 1,500 บาท
ส่วนบริษัท เดอะสตาร์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นำห้องชุดในโครงการ เดอะ สตาร์ เอสเตท พระราม 3 จำนวน 17 ยูนิต สุดท้ายมาลดราคามากถึง 20% ประกอบด้วยแบบ 1 ห้องนอน 54 ตร.ม. แบบ 2 ห้องนอน 84 ตร.ม. และ แบบ 3 ห้องนอน 105 ตร.ม.เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังโดยต้องการที่จะปิดการขายโครงการทั้งหมดภายในปีนี้ และบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จัดแคมเปญ American Express Shopping สำหรับสมาชิกที่ใช้จ่ายผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพลส ทุกๆ 1,000 บาท มีสิทธ์ลุ้นรับคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง อกัสตัน สุขุมวิท 22 มูลค่า 7.5 ล้านบาท โดยเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ส.ค.2551
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


