ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ราคาเหล็กครึ่งหลังปียังผันผวน 18 มิถุนายน 2551 

ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรมการค้าภายใน ได้ปรับราคาแนะนำสินค้าเหล็กทุกประเภทขึ้นกิโลกรัมละ 7 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงขึ้นกว่าราคาที่มีการปรับขึ้นครั้งก่อนในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 โดยเฉลี่ยถึงกว่า 23% ส่งผลให้ดัชนีราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นถึง 44.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งราคาที่ปรับสูงขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างอย่างหนัก ศูนย์ วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์ถึงแนวโน้มของราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กในช่วงครึ่งหลังของปี2551โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

จากการที่ไทยยังไม่มีอุตสาหกรรมผลิตเหล็กต้นน้ำในประเทศ จึงจำเป็นต้องนำเข้าเหล็กกึ่งวัตถุดิบเข้ามาเพื่อนำมาผลิตต่อในขั้นกลางและขั้นปลาย ทำให้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลกโดย ตรง ซึ่งความผันผวนดังกล่าวเป็นผลมาจากแรงหนุนทั้งด้านบวกและด้านลบดังนี้ปัจจัยที่จะกดดันให้ราคาเหล็กเพิ่มสูงขึ้น

ราคาถ่านหินต้นทุนหลักในการผลิตมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากอุปทานที่ตึงตัวที่อาจจะกินเวลานานถึงประมาณ 18 เดือนต่อจากนี้ ซึ่งได้มีการคาดการณ์ว่าตัวเลขราคาถ่าน Coking coal ของปีนี้อาจขึ้นไปสูงถึง 300 ดอลลาร์ฯ ต่อตันแสดงว่าแนวโน้มทิศทางราคาถ่านหินในช่วงครึ่งหลังของปีนี้น่าจะสูงขึ้นอีก

ราคาน้ำมันต้นทุนหลักในการขนส่งยังมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงและมีโอกาสขึ้นไปได้อีก ซึ่งจะเห็นได้จากราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้าไนเมกซ์ส่งมอบเดือนกรกฎาคมล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2551 ได้ลดลงมาปิดที่ 131.31 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมาได้พุ่งสูงขึ้นและทำสถิติปิดสูงสุดที่ 138.54 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล เนื่องมาจากค่าเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อน ตัวลง และสภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว รวมถึงแรงหนุนจากข่าวความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทว่าราคาน้ำมันยังคงมีปัจจัยเสี่ยงกดดันให้ราคาสูงขึ้นได้อีกนอกจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เช่น ปัจจัยด้านฤดูกาลขับรถท่องเที่ยวของสหรัฐฯ และฤดูมรสุมในเขตอ่าวเม็กซิโกที่กำลังจะมาถึงในช่วงครึ่งหลังปีนี้

อุปสงค์ของจีนที่เร่งตัวขึ้นหลังเกิดเหตุธรณีพิบัติภัย ทำให้จีนจำเป็นที่จะต้องใช้เหล็กจำนวนมากในการบูรณะซ่อมแซมอาคารและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงอาจมีการพิจารณาปรับปรุงอาคารและและระบบสาธารณูปโภคเดิมให้ปลอดภัยขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อุปสงค์ของเหล็กสูงขึ้นในระยะยาว การเก็งกำไรในตลาดโภคภัณฑ์หลังค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงอาจทำให้ราคาเหล็กในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นได้ เนื่องจากความวิตกเรื่องราคาถ่านหินและวัตถุดิบเหล็กที่เป็นปัจจัยการผลิตจะเพิ่มสูงขึ้นปัจจัยที่จะส่งผลให้ราคาเหล็กลดลง

แนวโน้มเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคที่ชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 ทั้งจากภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในหลายๆ ประเทศ ส่งผลกระทบต่อการลงทุนต่างๆ ที่อาจชะลอตัวลง ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเองยังต้องเผชิญกับปัญหาความมั่นคงของเสถียรภาพของรัฐบาลซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้อุปสงค์เหล็กมีแนวโน้มชะลอตัวลงด้วย

จากปัจจัยข้างต้นทำให้แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2551 อาจจะยังมีความผันผวน แต่คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 นี้ ทิศทางของราคาเหล็กในตลาดโลกน่าจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงเนื่อง จากปัจจัยกดดันราคาต่างๆ ดังกล่าว อย่างไรก็ตามคาดว่าระดับราคาไม่น่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากเหมือนกับในช่วงที่ผ่านมาจากปัจจัยเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกดดันต่ออุปสงค์เหล็กในระดับหนึ่งอยู่

สำหรับผลต่อธุรกิจไทยนั้นคาดว่าราคาสินค้าเหล็กที่อาจจะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงครึ่งหลังของปียังน่าจะส่งผลต่อต้นทุนของหลายธุรกิจ โดยเฉพาะในหมวดก่อสร้างซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นมากทั้งต้นทุนสินค้าเหล็กและต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นแนวทางหนึ่งที่อาจจะบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้ คือ การวางแผนร่วมกันทั้งทางภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินถึงทิศทางแนวโน้มของราคา และเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถวางแผนล่วงหน้าในการรองรับปัญหาราคาสินค้าเหล็กที่สูงขึ้นดังกล่าว

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center