ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
บิ๊กแลนด์ฯ กว้านซื้อที่ดินในเมือง เสริมพอร์ตคอนโดโต 50% 18 มิถุนายน 2551 

จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บวกกับปัจจัยลบที่โหมกระหน่ำ เริ่มส่งผลต่อสภาพคล่อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มส่อเค้าวิกฤติ หลายบริษัททั้งที่อยู่นอกและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กำลังเผชิญกับปัญหาอัตราการเติบโต บางรายซื้อที่ดินไว้ล่วงหน้าเตรียมพัฒนาต่อ แต่ภายหลังขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินที่จะไปโอนที่ดิน จึงเลือกแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการยอมตัดขายที่ดินในไพร์มแอเรียต่อท่อธุรกิจ ผลพวงดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพด้านการเงิน กำลังคน สบโอกาสไล่ซื้อที่ดินเตรียมพัฒนาโครงการในอนาคต แลนด์ฯซื้อที่ดิน""ปริญสิริ-ลีนะบรรจง""

ความเคลื่อนไหวของการเปลี่ยนมือที่ดินในเมืองของผู้ประกอบการที่เดิมต้องการซื้อเพื่อพัฒนาเอง แต่ด้วยเพราะเหตุผลทางธุรกิจที่ต้องการปลดล็อกปัญหาทางการเงิน เสริมสภาพคล่องบริษัท จึงได้มีการประกาศขายที่ดิน โดยบริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศขายที่ดิน 2 แปลง คือ ย่านกรุงเทพฯ-กรีฑา เนื้อที่ 47 ไร่ ส่วนที่ดินอีกแปลงหนึ่งเนื้อที่กว่า 2 ไร่ บริเวณตากสินใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย โดย ปริญสิริ ได้ขายให้แก่บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในราคา 150 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทแลนด์ฯ ยังได้ซื้อที่ดินเยื้องซอยสุขุมวิท 101/1 ของกลุ่ม ""ลีนะบรรจง "" รวมเนื้อที่กว่า 6 ไร่ หรือกว่า 2,400 ตารางวา ในราคา 1.8 แสนบาทต่อตารางวา รวมมูลค่าการซื้อกว่า 430 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ดินดังกล่าว กลุ่ม ""ลีนะบรรจง"" ได้ซื้อมาในราคา 1 แสนบาทต่อตารางวา และมีแผนพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม ที่มีชื่อว่าพรีม่าสุขุมวิทมูลค่าโครงการไม่น้อยกว่า1,000ล้านบาท

แหล่งข่าวจากบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ดินทั้งสองแปลงที่ซื้อมาจากปริญสิริ และ จากกลุ่ม ""ลีนะบรรจง"" ถือว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ตามแนวรถไฟฟ้าและที่ดินทั้งสองแปลงก็อยู่ในช่วงส่วนต่อขยาย ซึ่งตามแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ""เดอะรูม"" ซึ่งจะเริ่มดำเนินการด้านการก่อสร้างในปี 2552 โดยเฉพาะที่ดินกว่า 6 ไร่ เยื้องซอยสุขุมวิท 101/1 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาแบบอาคาร คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเริ่มก่อสร้างได้ช่วงเดือนม.ค. 2552 และมีกำหนดเปิดให้ลูกค้าลงสิทธิการจองห้องในปี 2553 โดยคาดว่าจะมีห้องชุดร่วม 500 ยูนิต ราคาขายประมาณ 8-หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาทต่อตารางวา รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท ตั้งเป้าขายคอนโด3ปีโตเฉลี่ย50%

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า บริษัทมีแผนที่จะซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง และยังคงเน้นสร้างเสร็จก่อนขาย ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถทราบต้นทุนที่แท้จริงและกำหนดราคาขายให้สอดคล้องกันได้ ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของคอนโดมิเนียมภายใน 3 ปี ไม่น้อยกว่า 50% จากฐานรายได้ในปีที่ผ่านมา ประมาณ 1,200 ล้านบาท เป็น 1,800 ล้านบาท ในปี 2551 เพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท ในปี 2552 และเพิ่มเป็น 4,500 ล้านบาท ในปี 2553 ภายหลังจากนั้น บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตด้านรายได้เฉพาะสินค้าที่เป็นคอนโดมิเนียมไว้ที่20%

ส่วนความคืบหน้าโครงการ เดอะรูม สุขุมวิท 64 ที่พัฒนาภายใต้คอนเซปต์ "" LIVE OUT OF THE BOX ความสุขไม่จำกัดแค่กรอบสี่เหลี่ยม"" นั้น บริษัทแลนด์ฯ ได้เตรียมจัดงาน Pre-Opening วันที่ 22 มิ.ย. นี้ ซึ่งเป็นการเปิดให้แก่ลูกค้าทั่วไปที่สนใจโครงการ เข้ามารับรายละเอียดข้อมูลและยื่นเอกสารขออนุมัติสินเชื่อ เพื่อได้สิทธิเข้าไปลงสิทธิเลือกห้องช่วงต้นเดือนส.ค.นี้

ทั้งนี้ หากพิจารณากลยุทธ์การตลาด ผ่านการจัด Pre-Opening ของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แต่ละครั้งนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงในเรื่องการขาย จะต้องมียอดรายชื่อลูกค้าเป้าหมายลงชื่อแสดงความสนใจมากกว่าจำนวนห้องชุดที่เปิดขายอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว ซึ่งนั่นหมายความว่า เดอะรูม สุขุมวิท 64 จะต้องมีรายชื่อลูกค้าลงชื่อแสดงความสนใจซื้อไว้อย่างน้อย 200 ราย เป็นอย่างต่ำ ขณะที่โครงการดังกล่าวมีจำนวนห้องชุดที่เปิดขาย 105 ห้อง

โครงการ เดอะรูม 64 ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ซอยสุขุมวิท 64 ปากซอยเป็นสถานีรถไฟฟ้า ปุณณวิถี (E-11)เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จก่อนขายพร้อมตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ จำนวน 1 อาคาร สูง 8 ชั้น มีขนาด 1 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 39 - 46.5 ตารางเมตร ราคาขายเฉลี่ย 65,000-70,000 บาทต่อตารางเมตร รวมมูลค่าโครงการ 280 ล้านบาท ปัจจุบันงานโครงสร้างของโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว และจะเข้าสู่งานตกแต่งภายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดประมูล เพื่อคัดเลือกผู้ผลิต จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ที่จะมาติดตั้งในห้องชุดโครงการ กำหนดเสร็จปลายปี 2551 ดึงแบงก์ร่วมแคมเปญรับยุคเงินเฟ้อ

พร้อมกันนี้ แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดแคมเปญแพ็คเกจดอกเบี้ยพิเศษกับธนาคารใหญ่หลายแห่งให้แก่ค้าที่ซื้อห้องชุดในโครงการของบริษัท เพราะถึงแม้ว่าที่ผ่านมาแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จะมีแคมเปญปล่อยกู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าลูกค้าจะขอสินเชื่อแบงก์เพียง 60-70% ของราคาบ้าน และจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ลูกค้าที่ซื้อนั้นส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่มีเงินออมและผ่านการเตรียมความพร้อมด้านการเงินมาแล้วก่อนที่จะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

จากข้อมูลดังกล่าว ประกอบกับปัจจุบันอยู่ในภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้มูลค่าเงินที่มีอยู่ลดน้อยลง ดังนั้นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นวิธีการออมที่ดีและคุ้มค่าที่สุดหากมองในระยะยาว

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center