ข่าวอสังหาริมทรัพย์
โฟร์พัฒนา คุมต้นทุนสั่งสต็อกวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า 18 มิถุนายน 2551
นายปราโมทย์ ธีรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ที่ต้นทุนของวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นนั้น ปัจจุบันบริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ และมาตรการในการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว โดยในช่วงแรกได้พยายามที่จะจัดซื้อวัสดุก่อสร้างที่มีทิศทางการปรับตัวของราคาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เหล็กเส้น โครงหลังคา ฝ้าเพดาน ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ฯลฯ มาเก็บสต็อกไว้ในปริมาณหนึ่ง เพื่อควบคุมต้นทุนได้ง่ายขึ้น โดยในปัจจุบันต้นทุนหลักๆ ของวัสดุก่อสร้างในตลาด ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 8.5% แต่ในส่วนของบริษัท สามารถควบคุมต้นทุนเฉลี่ยให้เพิ่มขึ้นเพียง 4.3% เท่านั้น ทำให้บ้านของบริษัทมีการปรับราคาที่ไม่สูงจนเกินไปและอยู่ในวิสัยของผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้อได้
สำหรับสถานการณ์ของตลาดรับสร้างบ้าน และบ้านจัดสรรในปัจจุบัน ยังคงมีกำลังซื้อในตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มอาจจะยังไม่มั่นใจเรื่องสถานการณ์ทาง การเมือง และภาวะทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวสามารถคลี่คลายได้ในทาง ที่ดี คาดว่ากำลังซื้อน่าจะกลับมาในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ซึ่งในช่วงนี้คาดว่าแต่ละบริษัทต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ถูกใจผู้บริโภคให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารและจัดการต้นทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ล่าสุด บริษัทเตรียมเปิดขายโครงการบ้านบุษบา ซึ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรโครงการ ที่ 2 ของบริษัท ซึ่งตั้งอยู่บนถนนติวานนท์-ปากเกร็ด มีพื้นที่โครงการรวม 12.5 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยว จำนวน 43 แปลง มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 56-90 ตารางวา ประกอบด้วยแบบบ้านสไตล์ Modern Oriental จำนวน 2 แบบ คือ Type A เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน มีพื้นที่ใช้สอยรวม 210 ตารางเมตร และ Type B ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน มีพื้นที่ใช้สอยรวม 180 ตารางเมตร โดยมีราคาขาย 4.6-5.6 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมทั้งหมดประมาณ 213 ล้านบาท
“เราตั้งใจเปิดพรีเซลก่อนเพื่อดูการตอบรับของผู้บริโภคในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมลงมือก่อสร้างบ้านตัวอย่าง และจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในช่วงแรกนี้เราได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะผู้ที่จอง 5 หลังแรกจะได้รับส่วนลดพิเศษตั้งแต่ 5-7 แสนบาท” นายปราโมทย์ กล่าว ทั้งนี้ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการบ้านคุณภาพระดับบริษัทรับสร้างบ้าน นอกจากนี้จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ที่มีการลดค่าธรรมเนียมการโอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และค่าธรรมเนียมการจดจำนองให้เหลือเพียง 0.01% น่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น
นายปราโมทย์ ธีรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ที่ต้นทุนของวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นนั้น ปัจจุบันบริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ และมาตรการในการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว โดยในช่วงแรกได้พยายามที่จะจัดซื้อวัสดุก่อสร้างที่มีทิศทางการปรับตัวของราคาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เหล็กเส้น โครงหลังคา ฝ้าเพดาน ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ฯลฯ มาเก็บสต็อกไว้ในปริมาณหนึ่ง เพื่อควบคุมต้นทุนได้ง่ายขึ้น โดยในปัจจุบันต้นทุนหลักๆ ของวัสดุก่อสร้างในตลาด ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 8.5% แต่ในส่วนของบริษัท สามารถควบคุมต้นทุนเฉลี่ยให้เพิ่มขึ้นเพียง 4.3% เท่านั้น ทำให้บ้านของบริษัทมีการปรับราคาที่ไม่สูงจนเกินไปและอยู่ในวิสัยของผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้อได้
สำหรับสถานการณ์ของตลาดรับสร้างบ้าน และบ้านจัดสรรในปัจจุบัน ยังคงมีกำลังซื้อในตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มอาจจะยังไม่มั่นใจเรื่องสถานการณ์ทาง การเมือง และภาวะทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวสามารถคลี่คลายได้ในทาง ที่ดี คาดว่ากำลังซื้อน่าจะกลับมาในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ซึ่งในช่วงนี้คาดว่าแต่ละบริษัทต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ถูกใจผู้บริโภคให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารและจัดการต้นทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ล่าสุด บริษัทเตรียมเปิดขายโครงการบ้านบุษบา ซึ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรโครงการ ที่ 2 ของบริษัท ซึ่งตั้งอยู่บนถนนติวานนท์-ปากเกร็ด มีพื้นที่โครงการรวม 12.5 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยว จำนวน 43 แปลง มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 56-90 ตารางวา ประกอบด้วยแบบบ้านสไตล์ Modern Oriental จำนวน 2 แบบ คือ Type A เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน มีพื้นที่ใช้สอยรวม 210 ตารางเมตร และ Type B ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน มีพื้นที่ใช้สอยรวม 180 ตารางเมตร โดยมีราคาขาย 4.6-5.6 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมทั้งหมดประมาณ 213 ล้านบาท
“เราตั้งใจเปิดพรีเซลก่อนเพื่อดูการตอบรับของผู้บริโภคในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมลงมือก่อสร้างบ้านตัวอย่าง และจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในช่วงแรกนี้เราได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะผู้ที่จอง 5 หลังแรกจะได้รับส่วนลดพิเศษตั้งแต่ 5-7 แสนบาท” นายปราโมทย์ กล่าว ทั้งนี้ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการบ้านคุณภาพระดับบริษัทรับสร้างบ้าน นอกจากนี้จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ที่มีการลดค่าธรรมเนียมการโอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และค่าธรรมเนียมการจดจำนองให้เหลือเพียง 0.01% น่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


