ข่าวอสังหาริมทรัพย์
สภาพคล่องเริ่มฝืด วิกฤตอสังหาฯ เริ่มส่อเค้า 17 มิถุนายน 2551
นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ตัดสินใจขายที่ดินของบริษัท 2 แปลง บริเวณตากสินใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย จำนวน 2 ไร่ และบริเวณกรุงเทพกรีฑา มูลค่ารวม 100 ล้านบาทให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รายหนึ่ง โดยได้กำไรจากการขายที่ดินรวม 20 ล้านบาท
ขณะเดียวกันได้ลดราคาบ้านแพงที่มียูนิตเหลือขายไม่เยอะและสร้างเสร็จค้างอยู่ในสต๊อกรวมกว่า 20 ยูนิต จากราคาเดิมขายราคาประมาณ 7-8 ล้านบาทต่อยูนิตลง นำมาลดราคาเป็นหลักแสนบาท เพื่อเร่งให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นทั้งนี้จะทำให้บริษัทได้เงินสดเข้ามาหมุนเวียนและลดค่าใช้จ่าย
สำหรับโครงกรที่อยู่ในระหว่างการพัฒนานั้น บริษัทจะเร่งก่อสร้างและเร่งทยอยโดน อย่างเช่นโครงการทาวน์เฮาส์ บริเวณสามัคคีพระราม5ที่จะเร่งก่อสร้างและโอนให้ได้ภายในไตรมาส3
พร้อมกันนี้ได้หยุดการขายและทำการตลาดโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหมดที่เปิดตัวไปแล้ว ประกอบด้วย โครงการสมาร์ทคอนโดมิเนียม ย่านพระราม 2 โครงการเดอะพลัซ และโครงกรเดอะคอมพลีท เนื่องจากมีปัญหาเรื่องใบอนุญาตก่อสร้างกับทางสำนักการโยธากรุงเทพมหานครและยังไม่ผ่านการอนุมัติเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากผ่านการอนุมัติแล้วจึงจะเริ่มการขายและปรับราคาขายใหม่ตามต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ส่วนบริษัทปริญเวนเจอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทร่วมทุนนั้น ขณะนี้บ้านที่รอโอนอยู่ 400 กว่าล้านบาท ที่คาดว่าจะโอนทั้งหมดได้ในไตรมาส 3 ปีนี้
ชี้ขาดสภาพคล่องปัญหายังไม่รุนแรง
นายอิสระ บุญยัง ในฐานะอุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ขณะนี้ที่มีรายกลางในตลาดอสังหาฯ เริ่มปรับตัวโดยการนำที่ดินเปล่าในโครงการขายเพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินนั้นถือว่าเป็นการปรับตัวของผู้ประกอบการ เพื่อปรับให้รับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าสถานการณ์ดังกล่าวหากถือที่ดินไว้จะเป็นการแบกรับภาระทางการเงินไว้มากเกินไป
ที่ผ่านมาธนาคารคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อโครงการและสินเชื่อรายย่อย และจะคุมเข้าสำหรับบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ด้านนายกิติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท สัมมากร กล่าวว่า ขณะนี้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะหากเมื่อเทียบหนี้สินต่อทุนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 บางรายสูงถึง 4 ต่อ 1 ขณะที่ปัจจุบันอาจจะสูงเพียง 2 ต่อ 1 ซึ่งถือว่าน้อย และธนาคารพาณิชย์ก็คุมเข้ม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการหลายราย แม้จะเปิดขายโครงการจำนวนมาก แต่ก็ได้พัฒนาโครงการที่มีขนาดเล็ก ที่สามารถเร่งการขายและเร่งโอนได้รวดเร็ว และไม่มีรายใดพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ 100-200 ไร่ อีกแล้วเหล่านี้คือการปรับตัวเพื่อสู้กับวิกฤตที่ตั้งเค้าขึ้นหากรายใดไม่ปรับตัว ผลกระทบหนักก็อาจจะตามมาในภายหลัง
นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ตัดสินใจขายที่ดินของบริษัท 2 แปลง บริเวณตากสินใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย จำนวน 2 ไร่ และบริเวณกรุงเทพกรีฑา มูลค่ารวม 100 ล้านบาทให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รายหนึ่ง โดยได้กำไรจากการขายที่ดินรวม 20 ล้านบาท
ขณะเดียวกันได้ลดราคาบ้านแพงที่มียูนิตเหลือขายไม่เยอะและสร้างเสร็จค้างอยู่ในสต๊อกรวมกว่า 20 ยูนิต จากราคาเดิมขายราคาประมาณ 7-8 ล้านบาทต่อยูนิตลง นำมาลดราคาเป็นหลักแสนบาท เพื่อเร่งให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นทั้งนี้จะทำให้บริษัทได้เงินสดเข้ามาหมุนเวียนและลดค่าใช้จ่าย
สำหรับโครงกรที่อยู่ในระหว่างการพัฒนานั้น บริษัทจะเร่งก่อสร้างและเร่งทยอยโดน อย่างเช่นโครงการทาวน์เฮาส์ บริเวณสามัคคีพระราม5ที่จะเร่งก่อสร้างและโอนให้ได้ภายในไตรมาส3
พร้อมกันนี้ได้หยุดการขายและทำการตลาดโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหมดที่เปิดตัวไปแล้ว ประกอบด้วย โครงการสมาร์ทคอนโดมิเนียม ย่านพระราม 2 โครงการเดอะพลัซ และโครงกรเดอะคอมพลีท เนื่องจากมีปัญหาเรื่องใบอนุญาตก่อสร้างกับทางสำนักการโยธากรุงเทพมหานครและยังไม่ผ่านการอนุมัติเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากผ่านการอนุมัติแล้วจึงจะเริ่มการขายและปรับราคาขายใหม่ตามต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ส่วนบริษัทปริญเวนเจอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทร่วมทุนนั้น ขณะนี้บ้านที่รอโอนอยู่ 400 กว่าล้านบาท ที่คาดว่าจะโอนทั้งหมดได้ในไตรมาส 3 ปีนี้
ชี้ขาดสภาพคล่องปัญหายังไม่รุนแรง
นายอิสระ บุญยัง ในฐานะอุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ขณะนี้ที่มีรายกลางในตลาดอสังหาฯ เริ่มปรับตัวโดยการนำที่ดินเปล่าในโครงการขายเพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินนั้นถือว่าเป็นการปรับตัวของผู้ประกอบการ เพื่อปรับให้รับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าสถานการณ์ดังกล่าวหากถือที่ดินไว้จะเป็นการแบกรับภาระทางการเงินไว้มากเกินไป
ที่ผ่านมาธนาคารคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อโครงการและสินเชื่อรายย่อย และจะคุมเข้าสำหรับบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ด้านนายกิติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท สัมมากร กล่าวว่า ขณะนี้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะหากเมื่อเทียบหนี้สินต่อทุนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 บางรายสูงถึง 4 ต่อ 1 ขณะที่ปัจจุบันอาจจะสูงเพียง 2 ต่อ 1 ซึ่งถือว่าน้อย และธนาคารพาณิชย์ก็คุมเข้ม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการหลายราย แม้จะเปิดขายโครงการจำนวนมาก แต่ก็ได้พัฒนาโครงการที่มีขนาดเล็ก ที่สามารถเร่งการขายและเร่งโอนได้รวดเร็ว และไม่มีรายใดพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ 100-200 ไร่ อีกแล้วเหล่านี้คือการปรับตัวเพื่อสู้กับวิกฤตที่ตั้งเค้าขึ้นหากรายใดไม่ปรับตัว ผลกระทบหนักก็อาจจะตามมาในภายหลัง
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


