ข่าวอสังหาริมทรัพย์
อสังหาฯอ่วมต้นทุนขึ้นไม่หยุด 17 มิถุนายน 2551
นายรังสรรค์ หวังไพฑูรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์เพิร์ท พร็อพเพอร์ตี้ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ผู้รับบริหารงานขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่ต้นทุนการก่อสร้างและค่าครองชีพปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทำให้กำหนดราคาขายยาก หลายรายต้องชะลอการเปิดโครงการ หรือบางโครงการที่เปิดขายไปแล้วก็จะปรับราคาขึ้นราคาทุกระยะคือ ทุกๆ 5% ของยอดขายจะมีการปรับราคาครั้งละ 20,000-50,000 บาท หรือประมาณ 3%
นายรังสรรค์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ลูกค้าแม้จะรู้ว่าราคาปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อยก็ยังยอมซื้อเพราะรู้ว่าหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานราคาจะยิ่งปรับสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าขณะนี้มีบางรายที่พัฒนาโครงการไปเกือบเสร็จแล้วหรือเสร็จแล้ว ก็ยังมีการปรับราคาถือเป็นการปรับราคาตามกระแส เป็นการฉวยโอกาส
นายรังสรรค์กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทที่มีการทำกิจกรรมทางการตลาดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรายใหญ่ เนื่องจากต้องการรักษาสภาพและวาแผนเอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้จะเห็นผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง และรายเล็กจะถอยหรือชะลอการพัฒนาโครงการออกไป เพราะตามต้นทุนไม่ทัน บางรายที่ขายไปหมดแล้วและกำลังก่อสร้างคาดว่ากำไรจะหายไปประมาณ 50% ขณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างก็จะมีการต่อรองกับเจ้าของโครงการโดยจะขอรับเหมาส่วนของค่าแรงเพียงอย่างเดียว โดยให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบในส่วนของวัสดุก่อสร้างเอง
นายรังสรรค์กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นวิกฤตที่คนซื้อไม่มีแรงซื้อคนขายไม่มีแรงขาย เพราะต้นทุนควบคุมไม่ได้หาทางออกยาก ต้องมีการปรับแผนเดือนต่อเดือน และจากเดิมจะมีการปรับแผนทุก 3-6 เดือน แต่ปัจจุบันแผนจะต้องสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยอมรับว่าค่อนข้างหนัก เพราะไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน จะเห็นได้ว่าขณะนี้ราคาเหล็กปรับขึ้นพอๆ กับราคาน้ำมัน
นายรังสรรค์ หวังไพฑูรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์เพิร์ท พร็อพเพอร์ตี้ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ผู้รับบริหารงานขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่ต้นทุนการก่อสร้างและค่าครองชีพปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทำให้กำหนดราคาขายยาก หลายรายต้องชะลอการเปิดโครงการ หรือบางโครงการที่เปิดขายไปแล้วก็จะปรับราคาขึ้นราคาทุกระยะคือ ทุกๆ 5% ของยอดขายจะมีการปรับราคาครั้งละ 20,000-50,000 บาท หรือประมาณ 3%
นายรังสรรค์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ลูกค้าแม้จะรู้ว่าราคาปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อยก็ยังยอมซื้อเพราะรู้ว่าหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานราคาจะยิ่งปรับสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าขณะนี้มีบางรายที่พัฒนาโครงการไปเกือบเสร็จแล้วหรือเสร็จแล้ว ก็ยังมีการปรับราคาถือเป็นการปรับราคาตามกระแส เป็นการฉวยโอกาส
นายรังสรรค์กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทที่มีการทำกิจกรรมทางการตลาดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรายใหญ่ เนื่องจากต้องการรักษาสภาพและวาแผนเอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้จะเห็นผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง และรายเล็กจะถอยหรือชะลอการพัฒนาโครงการออกไป เพราะตามต้นทุนไม่ทัน บางรายที่ขายไปหมดแล้วและกำลังก่อสร้างคาดว่ากำไรจะหายไปประมาณ 50% ขณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างก็จะมีการต่อรองกับเจ้าของโครงการโดยจะขอรับเหมาส่วนของค่าแรงเพียงอย่างเดียว โดยให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบในส่วนของวัสดุก่อสร้างเอง
นายรังสรรค์กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นวิกฤตที่คนซื้อไม่มีแรงซื้อคนขายไม่มีแรงขาย เพราะต้นทุนควบคุมไม่ได้หาทางออกยาก ต้องมีการปรับแผนเดือนต่อเดือน และจากเดิมจะมีการปรับแผนทุก 3-6 เดือน แต่ปัจจุบันแผนจะต้องสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยอมรับว่าค่อนข้างหนัก เพราะไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน จะเห็นได้ว่าขณะนี้ราคาเหล็กปรับขึ้นพอๆ กับราคาน้ำมัน
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


