ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
แบงก์ชาติห่วงฟองสบู่อสังหาฯ หากประชาชนแห่ลงทุนหนีเงินเฟ้อ 16 มิถุนายน 2551 

อมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แบงก์ชาติเป็นห่วงว่า หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และประชาชนยังคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลให้ภาคครัวเรือนหันไปลงทุนหาผลตอบแทนที่สูงและหนีภาวะเงินเฟ้อ เช่นการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ เช่น ตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตร หรือน้ำมัน ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ได้

""เมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ จะทำให้ค่าของเงินหาย คนไม่อยากออมและหันไปเร่งใช้จ่ายแทน หรือหาทางให้ได้ผลตอบแทนสูงที่หนีเงินเฟ้อได้

ตอนนี้ราคาสินทรัพย์ยังไม่เกิดฟองสบู่ แต่ถ้าคนคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงต่อเนื่องและหันไปเล่นสินทรัพย์ทางการเงิน ก็มีโอกาสเกิดฟองสบู่ได้""ผู้อำนวยการอาวุโสกล่าว

ทั้งนี้ภาวะเงินเฟ้อที่สูง อาจทำให้เกิดปัญหาในลักษณะงูกินหาง ดังเช่น เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากความต้องการที่สูงและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ทำให้นักลงทุนหันไปเล่นตลาดซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นไปอีก

เมื่อราคาน้ำมันทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ก็ทำให้ประชาชนหันไปลงทุนในตลาดซื้อขายล่วงหน้ามากขึ้น เพื่อให้ผลตอบแทนชนะอัตราเงินเฟ้อซึ่งจะกดดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่อง

""อมรา"" กล่าวว่า ผลกระทบต่อระบบการเงินของประเทศจะมีมากขึ้น หากประชาชนนำเงินในอนาคตหรืออีกนัยหนึ่งกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งสามารถทำได้สะดวกในยามที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำ แต่หากในอนาคตอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนจะมีภาระทางการเงินมากขึ้นตาม

""ประสบการณ์ในต่างประเทศดังเช่นสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นถึงภาวะปัญหาอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นในช่วงที่นโยบายการเงินผ่อนคลาย ประชาชนจึงถือโอกาสมาเก็งกำไรราคาสินทรัพย์ แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ผู้กู้ไม่สามารถปรับตัวได้""

""อมรา"" กล่าวว่า ความเป็นไปได้ดังกล่าวทำให้แบงก์ชาติต้องพยายามตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนหันไปกู้ยืมเงินกันจำนวนมาก และเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้

“ตอนนี้ปัญหายังไม่เกิด ถ้าธนาคารกลางทั่วไปห่วงการคาดการณ์เงินเฟ้อก็ต้องดำเนินการให้อัตราดอกเบี้ยสมเหตุสมผลกับเงินเฟ้อ ให้คนออม และไม่ยุ่งกับสินทรัพย์ทางการเงิน” ผู้อำนวยการอาวุโส กล่าว ทั้งนี้ในช่วงก่อนวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540 ประเทศไทยเคยเกิดปัญหาฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่สถานการณ์ในขณะนั้นแตกต่างจากปัจจุบัน โดยในอดีตเศรษฐกิจเติบโตอย่างร้อนแรง ความเสี่ยงของค่าเงินไม่มีเพราะใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ ภาคธุรกิจจึงหันไปกู้เงินจากต่างประเทศมาลงทุนซื้อสินทรัพย์ต่างๆ จำนวนมาก

แม้แบงก์ชาติจะเป็นห่วงเรื่องการคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมองว่าค่าของเงินลดค่าลงได้ แล้วหันไปซื้อสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ แต่นักเศรษฐศาสตร์บางสำนักเป็นห่วงว่าอุปสงค์ในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อเกิดจากด้านซัพพลาย จึงเห็นว่าแบงก์ชาติไม่ควรขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงในเดือนเมษายนที่ผ่านมาติดลบ 4.54% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงอยู่ในระดับเพียง 0.68%

ด้าน ธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยถึง ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมว่า แม้ในช่วงไตรมาสแรกแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น แต่ไตรมาส 2 นี้ น่าจะชะลอตัวลงจากแนวโน้มเงินเฟ้อเพิ่มสูงมาก ซึ่งระดับเงินเฟ้อที่มีการคาดการณ์ไปถึงระดับ 7-8% ถือเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ เพราะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ และจะมีผลต่อผู้ออมรายย่อยได้ในขณะนี้เริ่มมีสัญญาณให้เห็นแล้วว่า ผู้ออมหันมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดและที่ดินเก็บไว้ เพื่อเก็งกำไร หากสังเกตการลงทุนในอสังหาฯ ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แทบไม่มีการขาดทุนเลย บางทำเลกำไรถึง 100% แนวโน้มราคาปรับเพิ่มขึ้น ผู้ออมจึงเห็นว่าเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง นายธวัชไชย กล่าวว่าหากยังปล่อยไว้ ในที่สุดจะเป็นวัฏจักรให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เพราะ เมื่อราคาที่ดินปรับขึ้น ก็ส่งผลต่อราคาสินค้าตามมา

""อัตราเงินเฟ้อมาจากน้ำมันจริง แต่เป็นตัวเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเมื่อเงินเฟ้อเพิ่มจากราคาน้ำมัน เงินไม่ได้หมุนอยู่ในประเทศ แทนที่จะกินน้อยใช้น้อย จะเป็นเงินเฟ้อทางเดียว แต่กลับขอขึ้นรายได้ค่าจ้างแรงงาน ส่งผลให้ราคาสินค้าก็ต้องขึ้น หากน้ำมันขึ้นราคา 2 เท่า แล้วใช้ลดลง 2 เท่า เราก็อยู่ได้ แต่โลกความจริง ทุกคนก็ใช้ไม่ได้น้อยลง แต่สิ่งที่ต้องการคือต้องการค่าจ้างมากขึ้น เมื่อปรับรายได้ขึ้นราคาอาหารก็ขึ้นตาม เป็นจิตวิทยา แล้วพอเงินเฟ้อสูงดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ คนหันมาดูอสังหาฯ ที่ดิน ที่นา เราทำอสังหาฯ ก็เห็นราคาที่ดินขึ้นมาตลอด วิธีปรามคือขึ้นดอกเบี้ยหนักๆ ก็จะเลิกเก็งกำไร เงินเฟ้อก็ไม่ขึ้น

การใช้นโยบายดอกเบี้ยจัดการกับอัตราเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ยแรงๆ อาจจะทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงได้ และเมื่อดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่สูงพอผู้ออมจะเห็นว่าการเก็งกำไรอสังหาฯ อาจจะไม่คุ้มเสี่ยงและหันมาออมเงินกับธนาคารที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่นโยบายดังกล่าวก็จะเป็นการทำลายล้างอุปทานในระบบด้วย และทำให้เศรษฐกิจโดยรวมต้องชะงักลง

""เงินเฟ้อสูงก็แก้ด้วยขึ้นดอกเบี้ยสูงๆ แต่อีกด้านหนึ่ง คนก็จะหยุดการซื้อหรือกู้ พอหยุดก็ลดอุปสงค์ ราคาก็ลง คนไม่ลงทุน เลิกจ้าง ปิดกิจการบ้าง ค่าจ้างแรงงานก็ขึ้นไม่ได้ ก็จะกดดันเศรษฐกิจกลายเป็นการทำลายล้างอุปทานหลายอย่างในระบบ การขึ้นดอกเบี้ยง่ายสุดที่จะคุมเงินเฟ้อ แต่ก็ยากที่จะทำ เพราะจะหยุดหมดเลย ซึ่งแบงก์ก็ไม่อยากให้ขึ้นเพราะกระทบลูกค้า แต่ครั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ดอกเบี้ยธนาคารต้องปรับขึ้น และยังมีแนวโน้มว่าจะต้องปรับขึ้นอีกที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center