ข่าวอสังหาริมทรัพย์
อมตะเวียดนาม ทำใจรับเงินเฟ้อ ที่นิคมฯขายอืด 13 มิถุนายน 2551
อมตะเวียดนามกล้ำกลืน ปรับขึ้นค่าแรงตามอัตราเงินเฟ้อ แต่ยันไม่กระทบกับธุรกิจโดยรวม พร้อมเดินหน้าลงทุนตามแผนเดิม นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธาน เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า การประกาศลดค่าเงินดองของประเทศเวียดนาม ไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท อมตะเวียดนาม เนื่องจากรายได้รับมาเป็นค่าเงินเหรียญสหรัฐ แต่ยอมรับว่าได้รับผลกระทบในเรื่องค่าแรงงาน ที่จำเป็นต้องปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะที่จะได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากใช้แรงงานจำนวนมาก ซึ่งการที่ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า ปัญหาเศรษฐกิจในเวียดนามทำให้มีนักธุรกิจเข้ามาติดต่อซื้อที่ดินในโครงการอมตะเวียดนามลดลง โดยจากเดิมมีผู้เข้ามาติดต่อเฉลี่ยวันละ 2 ราย อาจจะลดลงเหลือ 3 ราย ใน 2 วัน ซึ่งส่งผลให้รายได้ของอมตะที่เวียดนามอาจจะลดลง 5% จากที่ตั้ง เป้าไว้ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่คง ไม่กระทบกับรายได้รวมของอมตะ คอร์ปอเรชัน เพราะรายได้จากเวียดนามมีสัดส่วนเพียง 7% จากรายได้รวมทั้งกลุ่ม ทั้งนี้ อมตะยังคงดำเนินงานตามแผนการลงทุนในเวียดนามต่อไป โดยมีแผนลงทุนตั้งนิคมอุตสาหกรรมในภาคใต้ของเวียดนามพื้นที่ 2,000 เฮกเตอร์ และเชื่อว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะทำให้อมตะมีข้อต่อรองกับรัฐบาลเวียดนามมากขึ้น เพราะต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น้อยลง ทำให้อมตะมีโอกาสขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมได้มากขึ้น ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า การลดค่าเงินของเวียดนามอาจทำให้นักลงทุนเปลี่ยนใจหันมาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจของเวียดนามจะทำให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น
อมตะเวียดนามกล้ำกลืน ปรับขึ้นค่าแรงตามอัตราเงินเฟ้อ แต่ยันไม่กระทบกับธุรกิจโดยรวม พร้อมเดินหน้าลงทุนตามแผนเดิม นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธาน เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า การประกาศลดค่าเงินดองของประเทศเวียดนาม ไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท อมตะเวียดนาม เนื่องจากรายได้รับมาเป็นค่าเงินเหรียญสหรัฐ แต่ยอมรับว่าได้รับผลกระทบในเรื่องค่าแรงงาน ที่จำเป็นต้องปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะที่จะได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากใช้แรงงานจำนวนมาก ซึ่งการที่ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า ปัญหาเศรษฐกิจในเวียดนามทำให้มีนักธุรกิจเข้ามาติดต่อซื้อที่ดินในโครงการอมตะเวียดนามลดลง โดยจากเดิมมีผู้เข้ามาติดต่อเฉลี่ยวันละ 2 ราย อาจจะลดลงเหลือ 3 ราย ใน 2 วัน ซึ่งส่งผลให้รายได้ของอมตะที่เวียดนามอาจจะลดลง 5% จากที่ตั้ง เป้าไว้ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่คง ไม่กระทบกับรายได้รวมของอมตะ คอร์ปอเรชัน เพราะรายได้จากเวียดนามมีสัดส่วนเพียง 7% จากรายได้รวมทั้งกลุ่ม ทั้งนี้ อมตะยังคงดำเนินงานตามแผนการลงทุนในเวียดนามต่อไป โดยมีแผนลงทุนตั้งนิคมอุตสาหกรรมในภาคใต้ของเวียดนามพื้นที่ 2,000 เฮกเตอร์ และเชื่อว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะทำให้อมตะมีข้อต่อรองกับรัฐบาลเวียดนามมากขึ้น เพราะต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น้อยลง ทำให้อมตะมีโอกาสขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมได้มากขึ้น ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า การลดค่าเงินของเวียดนามอาจทำให้นักลงทุนเปลี่ยนใจหันมาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจของเวียดนามจะทำให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


