ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ธปท.ยันเงินทุนไทยธนาคารยังมีพอ 14 มิถุนายน 2551
ธปท.แย้มพันธมิตรรายใหม่ไทยธนาคารจะเข้ามาพร้อมแผนเพิ่มทุน ยืนยันเงินกองทุนไม่ได้ต่ำกว่ากฎหมาย นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขอยืนยันว่าถึงตอนนี้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ของธนาคารไทยธนาคาร (BT) ไม่ได้อยู่ในระดับต่ำกว่ากฎหมายกำหนด 8.5% และไม่ได้ติดลบอย่างที่มีเป็นข่าว อย่างไรก็ตาม ธนาคารไทยธนาคารต้องมีการเพิ่มทุน “แน่นอนแล้วว่า พันธมิตรที่เข้ามาซื้อจากกองทุนฟื้นฟูฯ จะต้องใส่เงินใหม่เข้ามาพร้อมกับการเพิ่มทุนไทยธนาคาร จึงเชื่อมั่นว่าฐานะของธนาคารจะฟื้นแน่ถ้าขายหุ้นได้” นายสรสิทธิ์ กล่าว อย่างไรก็ตาม นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าการขายหุ้นธนาคารไทยธนาคารในสัดส่วน 42.3% ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ถืออยู่ออกไปนั้น จะดำเนินการไปพร้อมๆ กับการยื่นเงื่อนไขการให้พันธมิตรที่จะเข้ามาเสนอแผนเพิ่มทุนด้วยหรือไม่ “โดยหลักทั่วไป เมื่อพันธมิตรตัดสินใจซื้อหุ้นใส่เงินเข้ามาใหม่ ก็ต้องมาพร้อม กับแผนพัฒนาให้ธนาคารแข็งแกร่งขึ้นอยู่แล้ว” นายสรสิทธิ์ กล่าว สำหรับการกำกับดูแลของ ธปท.นั้น จะพิจารณาว่าพันธมิตรรายใหม่ที่จะเข้ามาต้องมีคุณสมบัติ 3 ข้อ คือ 1.มีความสามารถในการทำธุรกิจธนาคารให้ดีขึ้นหรือไม่ 2.มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดี และ 3.มีแผนทำให้ธนาคารเติบโตมากขึ้นอย่างน้อยในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของการขายหนี้เสียของไทยธนาคารให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ ซึ่งเป็นบริษัทที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถือหุ้น จนต้องเรียกประชุมวิสามัญนั้น มีเป้าหมายเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารกองทุน ธปท. ในฐานะผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูฯ กล่าวว่า การขายหนี้ของธนาคารไทยธนาคารให้ บบส.กรุงเทพพาณิชย์นั้นถือว่าได้ราคาดี เนื่องจากขายได้ราคา 3,800 ล้านบาท จากราคาตามมูลค่าทางบัญชี 3,600 ล้านบาท แสดงว่าได้กำไร 200 ล้านบาท และการขายครั้งนี้ดีต่อไทยธนาคารที่ไม่ต้องกันสำรองหนี้เสียด้วย และทำให้ภาระสินทรัพย์เสี่ยงลดลง “ดิฉันยอมรับว่าเงินกองทุนไทยธนาคารมันปริ่มๆ จึงต้องขายหนี้ออกไป เพราะถ้าไม่ขายออกไป จะทำให้เงินกองทุนดีขึ้น และยังเปิดให้ขยายสินเชื่อ ต่อไปได้ ในช่วงรอยต่อระหว่างรอพันธมิตรรายใหม่เข้ามา” นางทองอุไร กล่าว นางทองอุไร กล่าวว่า ขณะนี้ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพหนุนหลัง (ซีดีโอ) ได้มีการกันสำรองไว้ถึง 76% แม้ว่ามูลค่าตลาด (Mark to Market) ช่วงเดือน มี.ค. จะลดลงต่ำ แต่ขณะนี้ดีขึ้นแล้ว ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ธปท.แย้มพันธมิตรรายใหม่ไทยธนาคารจะเข้ามาพร้อมแผนเพิ่มทุน ยืนยันเงินกองทุนไม่ได้ต่ำกว่ากฎหมาย นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขอยืนยันว่าถึงตอนนี้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ของธนาคารไทยธนาคาร (BT) ไม่ได้อยู่ในระดับต่ำกว่ากฎหมายกำหนด 8.5% และไม่ได้ติดลบอย่างที่มีเป็นข่าว อย่างไรก็ตาม ธนาคารไทยธนาคารต้องมีการเพิ่มทุน “แน่นอนแล้วว่า พันธมิตรที่เข้ามาซื้อจากกองทุนฟื้นฟูฯ จะต้องใส่เงินใหม่เข้ามาพร้อมกับการเพิ่มทุนไทยธนาคาร จึงเชื่อมั่นว่าฐานะของธนาคารจะฟื้นแน่ถ้าขายหุ้นได้” นายสรสิทธิ์ กล่าว อย่างไรก็ตาม นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าการขายหุ้นธนาคารไทยธนาคารในสัดส่วน 42.3% ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ถืออยู่ออกไปนั้น จะดำเนินการไปพร้อมๆ กับการยื่นเงื่อนไขการให้พันธมิตรที่จะเข้ามาเสนอแผนเพิ่มทุนด้วยหรือไม่ “โดยหลักทั่วไป เมื่อพันธมิตรตัดสินใจซื้อหุ้นใส่เงินเข้ามาใหม่ ก็ต้องมาพร้อม กับแผนพัฒนาให้ธนาคารแข็งแกร่งขึ้นอยู่แล้ว” นายสรสิทธิ์ กล่าว สำหรับการกำกับดูแลของ ธปท.นั้น จะพิจารณาว่าพันธมิตรรายใหม่ที่จะเข้ามาต้องมีคุณสมบัติ 3 ข้อ คือ 1.มีความสามารถในการทำธุรกิจธนาคารให้ดีขึ้นหรือไม่ 2.มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดี และ 3.มีแผนทำให้ธนาคารเติบโตมากขึ้นอย่างน้อยในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของการขายหนี้เสียของไทยธนาคารให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ ซึ่งเป็นบริษัทที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถือหุ้น จนต้องเรียกประชุมวิสามัญนั้น มีเป้าหมายเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารกองทุน ธปท. ในฐานะผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูฯ กล่าวว่า การขายหนี้ของธนาคารไทยธนาคารให้ บบส.กรุงเทพพาณิชย์นั้นถือว่าได้ราคาดี เนื่องจากขายได้ราคา 3,800 ล้านบาท จากราคาตามมูลค่าทางบัญชี 3,600 ล้านบาท แสดงว่าได้กำไร 200 ล้านบาท และการขายครั้งนี้ดีต่อไทยธนาคารที่ไม่ต้องกันสำรองหนี้เสียด้วย และทำให้ภาระสินทรัพย์เสี่ยงลดลง “ดิฉันยอมรับว่าเงินกองทุนไทยธนาคารมันปริ่มๆ จึงต้องขายหนี้ออกไป เพราะถ้าไม่ขายออกไป จะทำให้เงินกองทุนดีขึ้น และยังเปิดให้ขยายสินเชื่อ ต่อไปได้ ในช่วงรอยต่อระหว่างรอพันธมิตรรายใหม่เข้ามา” นางทองอุไร กล่าว นางทองอุไร กล่าวว่า ขณะนี้ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพหนุนหลัง (ซีดีโอ) ได้มีการกันสำรองไว้ถึง 76% แม้ว่ามูลค่าตลาด (Mark to Market) ช่วงเดือน มี.ค. จะลดลงต่ำ แต่ขณะนี้ดีขึ้นแล้ว ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


