ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ธปท.ชี้ศก.โลกวูบฉุดไทยร่วง เตือนแบงก์คุมคามเสี่ยงสินเชื่อ 11 มิถุนายน 2551 

รองผู้ว่าการแบงก์ชาติ ระบุเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะสหรัฐชะลอตัว หลังเจอวิกฤติน้ำมัน เงินเฟ้อ และสถาบันการเงินมีปัญหา ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินทุนไหลออกและการส่งออกของไทย เตือนแบงก์พาณิชย์ไทย ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐขณะนี้เริ่มชะลอลงจึงอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกและส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยซึ่งธปท.กำลังจับตาภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดเพราะเชื่อว่าทิศทางของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง "ขณะนี้ธปท.กำลังจับตาภาวะเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ซึ่งจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐล่าสุด และจากนักวิเคราะห์ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ค่อยดีนักและมองไปข้างหน้าเห็นได้ชัดว่าราคาน้ำมัน และเงินเฟ้อที่อยู่ในระดังสูงอยู่ รวมทั้งสถาบันการเงินที่มีปัญหายังอยู่ในช่วงปรับตัวดังนั้นทิศทางเศรษฐกิจในต่างประเทศข้างหน้าจะชะลอตัวลง"นาบัณฑิตกล่าว ขณะที่เศรษฐกิจของไทยเองจะต้องมีการจับตามองอย่างใกล้ชิดและดูว่าจะมีผลกระทบเกิดขึ้นใน 3 ด้านหรือไม่คือ 1.ด้านการส่งออกเพราะหากเศรษฐกิจโลกชะลอก็จะเกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปแม้ว่าขณะนี้การส่งออกขณะนี้จะยังขยายตัวได้ดีอยู่ 2.เงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงจะทำให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายไปต่างประเทศมากว่าไทยซึ่งจะมีผลต่อสภาพคล่องในประเทศด้วยและ3.ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้นซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนในการทำธุรกิจในประเทศด้วย สำหรับกรณีที่ 2 เดือนที่ผ่านมาไทยขาดดุลการค้านั้นนายบัณฑิตกล่าวว่า เห็นว่าการส่งออกของไทยยังดีกว่าประเทศอื่นเนื่องจากราคาข้าวที่ขณะนี้อยู่มีราคาสูงแม้ว่าดุลการค้า 2 เดือนที่ผ่านมาจะกระทบบ้างแต่ก็ติดตามดูต่อไป ส่วนกรณีที่กรณีที่ธนาคารพาณิชย์มีการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยในขณะนี้ว่ามองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นไปตามภาวะการแข่งขันในการระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ เพื่อรองรับการขยายสินเชื่อและความจำเป็นทางธุรกิจโดยเห็นว่าการปล่อยสินเชื่อในช่วงที่ผ่านมาขยายตัวได้ดีและต่อเนื่องขณะที่สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เริ่มลดลง ดังนั้นธนาคารจึงระดมเงินฝากมากขึ้น "การปรับขึ้นดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารเป็นไปตามภาวะจำเป็นของสถาพคล่องแต่ละธนาคารและภาวะตลาดจริงที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามธนาคารพาณิชย์เองจะต้องมีการปล่อยสินเชื่อกู้อย่างระมัดระวังเพราะการปล่อยสินเชื่อจะมีผลต่อต้นทุนของธนาคารเอง และภาคธุรกิจด้วย " นายบัณฑิตกล่าว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในช่วงต่อไปจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปซึ่งภาคธุรกิจมีการปรับตัวเพื่อรองรับกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้และหากดูในแง่ของเงินฝากและสินเชื่อใน 2 เดือนที่ผ่านมามีการปรับตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทำให้สภาพคล่องเริ่มมีแรงกดดันมากขึ้นซึ่งธปท.ก็เข้าใจดีเป็นการเตรียมขยายฐานเงินฝาก และสินเชื่อนั้นเป็นเรื่องปกติเพราะการระดมเงินฝากเป็นซึ่งยอมรับว่าการแข็งขันด้านเงินฝากในอนาคตอาจจะเพิ่มขึ้น ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center