ข่าวอสังหาริมทรัพย์
พีเออีรุกพลังงาน-ตปท. คาดรายได้ไตรมาส2โต 10 มิถุนายน 2551
พีเออี มั่นใจไตรมาส 2 นี้ รายได้จะดีกว่าไตรมาสแรก พร้อมคาดรายได้จะเข้ามามากในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ หลังปรับโครงสร้างธุรกิจภายใน หันไปเน้นธุรกิจด้านงานวิศวกรรม และก่อสร้างอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริหารคงเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 800 ล้านบาท หันไปรุกงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น นายศุขสนั่น โชติกเสถียร กรรมการผู้จัดการ บมจ.พีเออี (ประเทศไทย) หรือ PAE ผู้ทำธุรกิจงานก่อสร้างอาคารโรงงานอุตสาหกรรมและงานเครื่องกล กล่าวผ่านรอยเตอร์ว่า ไตรมาส 2 รายได้น่าจะดีกว่าไตรมาส 1 เพราะไตรมาส 1 รายได้จากโทรคมนาคมก็ลดลงด้วย เพราะงานเสร็จแล้ว และช่วงต้นปีเป็นช่วงปรับธุรกิจใหม่ มีการเพิ่มหน่วย Business ใหม่เข้ามา รายได้จะเข้ามามากน่าจะเป็นช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ทั้งนี้ไตรมาสแรกปีนี้ พีเออี ขาดทุนสุทธิ 30.26 ล้านบาท เขากล่าวว่า หลังปรับโครงสร้างการทำธุรกิจแล้ว รายได้หลักของบริษัทจะมาจากธุรกิจด้านงานวิศวกรรม และก่อสร้างอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซกว่า 60% ส่วนที่เหลือเป็นงานเดิมด้านงานก่อสร้างโรงงาน หรือด้านโทรคมนาคม โดยบริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้จะอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท "เป้ารายได้เรายังเหมือนเดิม ยังไม่เปลี่ยนเราตั้งไว้ที่ 800 ล้านบาท และปีนี้เราก็พยายาม ก็จะให้มีกำไร" นายศุขสนั่น กล่าว เข้ากล่าวว่าบริษัทวางแผนจะรุกงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก Global Process Systems INC. (GPS) ทำธุรกิจด้านวิศวกรรมก่อสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมัน ที่มีชื่อเสียงจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ PAE ในสัดส่วน 29.78% โดย GPS ได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านวิศวกรรมเข้า มาช่วยงานบริษัท รวมถึงการแนะนำลูกค้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทจะไปเปิดสำนักงานในอาบูดาบี ภายในเดือนก.ค.นี้ โดยจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GPS ซึ่งจะคอยให้การสนับสนุน เพราะงานก่อสร้างในตะวันออกกลางมีเป็นจำนวนมาก และการที่มีพันธมิตรเข้ามาช่วยสนับสนุน ก็จะทำให้มีโอกาสได้งานมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทกำลังรองานใหญ่ในต่างประเทศอยู่ 1 งาน มูลค่า 700-800 ล้านบาท จะรู้ผลภายในเดือนก.ค.นี้ ซึ่งบริษัทมีโอกาสที่จะได้งานดังกล่าวเข้ามา เขากล่าวว่า ปัจจัยการเมืองที่ไม่ชัดเจนในปัจจุบันนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก เพราะงานของบริษัท จะมุ่งเน้นในต่างประเทศ แต่อาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และเงินเฟ้ออยู่บ้าง นายศุขสนั่น กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะขอย้ายหมวดหุ้น PAE ไปซื้อขายอยู่ในหมวดพลังงาน จากปัจจุบันที่อยู่ในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่จะต้องรอให้รายได้จากธุรกิจเข้ามาเสียก่อนในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ "เรายังไม่ได้ยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์เลย เพราะเรารอให้มีรายได้เข้ามาก่อนสัก 2 ไตรมาสติดต่อกัน คงจะเป็นช่วงไตรมาส 3 และ 4 นี้ หลังจากนั้นก็ต้องรอให้ตลาดฯพิจารณา" นายศุขสนั่นกล่าว เขากล่าวว่า GPS ยังคงแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน PAE ให้อยู่ในระดับ 49% จากการใช้สิทธิแปลงวอร์แรนท์ แต่บริษัทยังมีเวลาที่จะดำเนินการได้จนถึงต้นปี 2552 จึงยังไม่เร่งดำเนินการ ปัจจุบัน GPS ถือหุ้นอยู่ 29.78% ขณะที่ PAE จะออกวอร์แรนท์ 254.36 ล้านหน่วย ให้ฟรีกับ GPS ด้วย โดยกำหนด วอร์แรนท์มีอัตราใช้สิทธิ 1 หน่วยต่อ 1 หุ้นสามัญ ราคา 1.32 บาท/หุ้น หาก GPS ใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนท์ จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ระดับ 49% ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
พีเออี มั่นใจไตรมาส 2 นี้ รายได้จะดีกว่าไตรมาสแรก พร้อมคาดรายได้จะเข้ามามากในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ หลังปรับโครงสร้างธุรกิจภายใน หันไปเน้นธุรกิจด้านงานวิศวกรรม และก่อสร้างอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริหารคงเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 800 ล้านบาท หันไปรุกงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น นายศุขสนั่น โชติกเสถียร กรรมการผู้จัดการ บมจ.พีเออี (ประเทศไทย) หรือ PAE ผู้ทำธุรกิจงานก่อสร้างอาคารโรงงานอุตสาหกรรมและงานเครื่องกล กล่าวผ่านรอยเตอร์ว่า ไตรมาส 2 รายได้น่าจะดีกว่าไตรมาส 1 เพราะไตรมาส 1 รายได้จากโทรคมนาคมก็ลดลงด้วย เพราะงานเสร็จแล้ว และช่วงต้นปีเป็นช่วงปรับธุรกิจใหม่ มีการเพิ่มหน่วย Business ใหม่เข้ามา รายได้จะเข้ามามากน่าจะเป็นช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ทั้งนี้ไตรมาสแรกปีนี้ พีเออี ขาดทุนสุทธิ 30.26 ล้านบาท เขากล่าวว่า หลังปรับโครงสร้างการทำธุรกิจแล้ว รายได้หลักของบริษัทจะมาจากธุรกิจด้านงานวิศวกรรม และก่อสร้างอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซกว่า 60% ส่วนที่เหลือเป็นงานเดิมด้านงานก่อสร้างโรงงาน หรือด้านโทรคมนาคม โดยบริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้จะอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท "เป้ารายได้เรายังเหมือนเดิม ยังไม่เปลี่ยนเราตั้งไว้ที่ 800 ล้านบาท และปีนี้เราก็พยายาม ก็จะให้มีกำไร" นายศุขสนั่น กล่าว เข้ากล่าวว่าบริษัทวางแผนจะรุกงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก Global Process Systems INC. (GPS) ทำธุรกิจด้านวิศวกรรมก่อสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมัน ที่มีชื่อเสียงจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ PAE ในสัดส่วน 29.78% โดย GPS ได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านวิศวกรรมเข้า มาช่วยงานบริษัท รวมถึงการแนะนำลูกค้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทจะไปเปิดสำนักงานในอาบูดาบี ภายในเดือนก.ค.นี้ โดยจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GPS ซึ่งจะคอยให้การสนับสนุน เพราะงานก่อสร้างในตะวันออกกลางมีเป็นจำนวนมาก และการที่มีพันธมิตรเข้ามาช่วยสนับสนุน ก็จะทำให้มีโอกาสได้งานมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทกำลังรองานใหญ่ในต่างประเทศอยู่ 1 งาน มูลค่า 700-800 ล้านบาท จะรู้ผลภายในเดือนก.ค.นี้ ซึ่งบริษัทมีโอกาสที่จะได้งานดังกล่าวเข้ามา เขากล่าวว่า ปัจจัยการเมืองที่ไม่ชัดเจนในปัจจุบันนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก เพราะงานของบริษัท จะมุ่งเน้นในต่างประเทศ แต่อาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และเงินเฟ้ออยู่บ้าง นายศุขสนั่น กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะขอย้ายหมวดหุ้น PAE ไปซื้อขายอยู่ในหมวดพลังงาน จากปัจจุบันที่อยู่ในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่จะต้องรอให้รายได้จากธุรกิจเข้ามาเสียก่อนในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ "เรายังไม่ได้ยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์เลย เพราะเรารอให้มีรายได้เข้ามาก่อนสัก 2 ไตรมาสติดต่อกัน คงจะเป็นช่วงไตรมาส 3 และ 4 นี้ หลังจากนั้นก็ต้องรอให้ตลาดฯพิจารณา" นายศุขสนั่นกล่าว เขากล่าวว่า GPS ยังคงแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน PAE ให้อยู่ในระดับ 49% จากการใช้สิทธิแปลงวอร์แรนท์ แต่บริษัทยังมีเวลาที่จะดำเนินการได้จนถึงต้นปี 2552 จึงยังไม่เร่งดำเนินการ ปัจจุบัน GPS ถือหุ้นอยู่ 29.78% ขณะที่ PAE จะออกวอร์แรนท์ 254.36 ล้านหน่วย ให้ฟรีกับ GPS ด้วย โดยกำหนด วอร์แรนท์มีอัตราใช้สิทธิ 1 หน่วยต่อ 1 หุ้นสามัญ ราคา 1.32 บาท/หุ้น หาก GPS ใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนท์ จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ระดับ 49% ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


