ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
คมนาคมทุ่ม 3 แสนล้าน เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน 9 มิถุนายน 2551 

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายส่งเสริมด้านโลจิสติกส์ โดยให้ภาคขนส่งหันมาใช้ระบบราง เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะทาง 2,344 กิโลเมตร มูลค่า 3.67 แสนล้านบาท ซึ่งครม.ได้อนุมัติให้ดำเนินการไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ คาดว่าร.ฟ.ท.จะจัดทำเงื่อนไขทีโออาร์ในการคัดเลือก เพื่อเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนภายในปีนี้

นอกจากนั้น รัฐบาลยังส่งเสริมการขนส่งทางน้ำ และได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับกลุ่มดูไบ เวิลด์ แห่งรัฐดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อศึกษาความเหมาะสมแนวทางการพัฒนาท่าเรือฝั่งทะเลอันดามันและสะพานเศรษฐกิจ หรือโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งจากอ่าวไทยมายังฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งโครงการนี้จะมีทั้งการขนส่งทางถนน ทางรถไฟ และทางท่อ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทุกประเภท วาง5ยุทธศาสตร์พัฒนาโลจิสติกส์

ด้านดร.จุฬา สุขมานพ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยปี 2550-2554 ซึ่งได้รับอนุมัติจากครม.แล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกกิจกรรมทางการค้า จะนำไปสู่การลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจ สนองความต้องการของลูกค้า รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยและความเชื่อถือได้ในกระบวนการนำส่งสินค้าและบริการ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายว่าจะลดต้นทุนโลจิสติกส์ของจีดีพีให้เหลือ16%ในปี2554

แผนดังกล่าว ได้กำหนดยุทธศาสตร์ใน 5 ประเด็น คือ 1.การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ในภาคการผลิต 2.การเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งและโลจิสติกส์ 3.การพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ 4.การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า และ 5.การพัฒนากำลังคนและกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์

กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งและโลจิสติกส์ มีกลยุทธ์หลัก คือ พัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ในประเทศให้เชื่อมโยงอย่างบูรณาการ ทั้งเครือข่ายภายในและการเชื่อมต่อไปสู่ต่างประเทศ โดยการพัฒนาระบบการขนส่งเชื่อมโยงหลายรูปแบบ (MULTIMODAL) ระบบการขนส่งสนับสนุน (FEEDER) ทางด่วนพิเศษ รวมทั้งตั้งศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า ตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ภายในประเทศ เช่น บริเวณที่เป็นประตูการค้าหรือศูนย์กลางกิจกรรมการผลิตและการค้าของภูมิภาค และเมืองศูนย์กลางการบินสุวรรณภูมิ โดยเน้นให้ภาคเอกชนที่มีความรู้ความสามารถทั้งในและจากต่างประเทศ มีส่วนร่วมในการลงทุนและบริหารจัดการ

นอกจากนั้น ยังสนับสนุนการใช้รูปแบบและวิธีการบริหารจัดการขนส่ง เพื่อการประหยัดพลังงาน และนำไปสู่การลดต้นทุนค่าขนส่ง ทั้งในระดับธุรกิจและระดับประเทศ โดยรัฐเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินรถไฟ และปรับบทบาท ร.ฟ.ท. โดยทำหน้าที่บริหารโครงข่ายทางรถไฟและขนส่งผู้โดยสาร และให้เอกชนมีบทบาทสำคัญในการจัดหาหัวรถจักร แคร่บรรทุกสินค้า และดำเนินการให้บริการขนส่งสินค้า ตลอดจนสนับสนุนระบบขนส่งทางน้ำและทางท่อ เปลี่ยนรูปแบบพลังงานไปสู่รูปแบบที่มีต้นทุนต่ำ และการประยุกต์ใช้วิธีการจัดการขนส่งที่ทันสมัย รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีการขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและลดต้นทุนการขนส่ง

“ปัจจุบันต้นทุนด้านโลจิสติกส์อยู่ที่ประมาณ 23-25% เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2548 ที่มีต้นทุนประมาณ 19% ตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบโลจิสติกส์ตั้งเป้าลดต้นทุนโลจิสติกส์เหลือ 16% ภายในปี 2554 แต่เมื่อต้นทุนโลจิสติกส์เปลี่ยนไปจึงต้องปรับเป้าใหม่ จะให้ลดลงอีก 3% ตามเป้าหมาย คาดว่าต้องใช้งบประมาณในโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบราง น้ำ และถนนกว่า 180 โครงการ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท” ดร.จุฬา กล่าว

วางแผนสร้างท่าเรือเชียงแสนเชื่อมลาว
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2552 กระทรวงคมนาคม มีแผนลงทุนโครงการตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบโลจิสติกส์ คือ การก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 ที่จังหวัดเชียงราย มูลค่า 1,546 ล้านบาท และการก่อสร้างสะพานเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งทางถนนระหว่างประไทยกับประเทศลาว ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบรายละเอียด เมื่อแผนก่อสร้างท่าเรือชัดเจน จะส่งผลให้แผนงานระบบเชื่อมต่อ เช่น การก่อสร้างถนน ทางรถไฟ เพื่อเชื่อมท่าเรือเดินหน้าต่อไป ซึ่งระบบเชื่อมโยงเครือข่ายนี้จะเป็นไปตามแผนภาพรวม คือ เส้นทางเชื่อมการขนส่งจากเหนือไปใต้ โดยมีประตูรับส่งสินค้าจากจีนที่ท่าเรือเชียงแสน 1 และ 2 ผ่านการขนส่งทางรถไฟไปยังท่าเรือภาคใต้ อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างท่าเรือฝั่งอันดามัน และการเชื่อมการขนส่งจากตะวันออกไปยังตะวันตกตามแนวเส้นทางเชื่อมท่าเรือฝั่งอันดามันมายังฝั่งอ่าวไทย

เพิ่มประสิทธิภาพขนส่งสินค้าทางรถไฟ-น้ำ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาคการขนส่งทางรถไฟและน้ำ จะต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าทางรางและน้ำมากขึ้น แต่จะต้องปรับวิธีการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ถึงความตรงเวลา และความสะดวกสบายในการขนส่ง

ใช้แสนล้านพัฒนาพัฒนาระบบโลจิสติกส์
สำหรับโครงการลงทุนสำคัญที่กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ มูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท มีทั้งโครงการรถไฟทางคู่ การก่อสร้างท่าเรือ และการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงและทางหลวงชนบท โดยโครงการลงทุนสำคัญ เช่น โครงการพัฒนาท่าเรือปากบาราและระบบการขนส่งเชื่อมโยง มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท โครงการพัฒนาท่าเรือระนองและระบบการขนส่งเชื่อมโยง มูลค่า 4.5 พันล้านบาท โครงการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน มูลค่า 5 พันล้านบาท โครงการพัฒนาระบบการขนส่งเพื่อรองรับการค้ากับประเทศจีนตอนใต้ มูลค่า 10 ล้านบาท โครงการเพิ่มประสิทธิภาพท่าเรือแหลมฉบังและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งรวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่และการก่อสร้างโครงข่ายถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบการขนส่ง มูลค่ารวม 4.1 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น ยังมีโครงการพัฒนาเส้นทางการขนส่งบนเส้นทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การก่อสร้างท่าเรือในแม่น้ำโขง และการปรับปรุงทางหลวง และโครงข่ายทางหลวงชนบท มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท โครงการพัฒนาระบบการรวบรวมและกระจายสินค้า เช่น การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์เชื่อมโยงภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การพัฒนามอเตอร์เวย์เชื่อมโยงภาคตะวันออก การเพิ่มความจุทางรถไฟช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย การก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มูลค่ารวม 3.6 หมื่นล้านบาทที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center