ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
คลังไฟเขียวแบงก์ขึ้นดอกเบี้ยระดมทุนหนุนสร้างเมกะโปรเจกต 7 มิถุนายน 2551 

หมอเลี้ยบยันสัญญาดีดอกเบี้ยขาขึ้น แบงก์ระดมทุนปล่อยกู้โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ พร้อมเดินหน้ารถ ไฟฟ้า 9 สาย รถไฟรางคู่ คาดเปิดประมูลได้ 3 สายปีนี้ ขณะที่วันนี้แบงก์ทหารไทยปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาว 48 เดือน และ 60 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.75% หลังแบงก์กรุงเทพนำร่องไทยพาณิชย์ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ ตามพร้อมเพิ่มทางเลือกในการลงทุนผ่านตั๋วแลกเงินมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ทั้งสองขา โดยปรับขึ้นดอกเบี้ยฝาก 0.125-1.00% และปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.375% ไม่ได้เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ แต่เกิดจากธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งเริ่มแข่งขันระดมเงินฝากเพื่อนำไปปล่อยกู้ในโครงการลงทุนของภาคเอกชน ที่คาดว่าจะเริ่มลง ทุนภายหลังจากที่รัฐบาลเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ “การปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวทำให้ผู้ฝากเงินได้รับประโยชน์ ขณะที่ ดอกเบี้ยเงินกู้ปรับขึ้นน้อยกว่าเงินฝาก จึงไม่น่าจะกระทบกับการปล่อยสินเชื่อ ยิ่งในอนาคตกำลังจะมีการลงทุนด้านเมกะโปรเจกต์ก็จะทำให้ความต้องการเงินทุนมีมาก” ส่วนโครงการเมกะโปรเจกต์ รัฐบาลจะเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า ทั้ง 9 สายในกทม. และรถไฟรางคู่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลได้ทั้ง 3 สายแรกในปีนี้ ส่วนโครงการด้านเกษตรจะเน้นการจัดทำระบบชลประทาน ในระยะแรก 3 แสนล้านบาท เพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การที่ดอกเบี้ยเงินกู้ปรับสูงขึ้นไม่ได้ทำให้คนไม่มากู้เงิน แต่ผู้กู้ยังลังเลว่าภาวะเศรษฐกิจจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ อย่าง ไรก็ตาม เชื่อว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นดังกล่าวนั้นจะไม่ใช่ปัญหาสำคัญ เท่ากับการที่ประชาชนและนักลงทุนไม่มีความมั่นใจในภาวะการเมือง และเศรษฐกิจทำให้การลงทุนเพิ่มใหม่ยังไม่เกิดขึ้นมากนัก ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่รัฐบาลจะต้องสร้างความมั่นใจว่าเศรษฐกิจยังเติบโตได้ต่อไป โดยในช่วง 2-3 เดือนนี้รัฐบาลจะเร่งผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้าโครงการบ้านหลังแรกของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นั้น ขณะนี้ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ยังอยู่ระหว่างพิจารณาวางแผนการออกพันธบัตรเพื่อนำมาใช้ในโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น จึงทำให้ต้องพิจารณา อย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม การระดมทุนดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับความต้องการเงินกู้ในโครงการดังกล่าวของประชาชน วันที่ 2 มิถุนายน 51 ที่ผ่านมา ธนาคารทหารไทย (TMB) ประกาศปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำระยะยาวประเภท 48 เดือน และ 60 เดือน สำหรับลูกค้าเงินฝากประจำ “สบายใจ” โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ปรับเพิ่มขึ้นสำหรับลูกค้าทั่วไป สถาบันที่ไม่แสวง หากำไร และนิติบุคคล ที่ฝากประจำประเภท 48 เดือน เท่ากับ 3.75% ต่อปี จากเดิม 3.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ย สำหรับกลุ่มราชการ กองทุน และรัฐวิสาหกิจ ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.50% ต่อปี จากเดิม 3% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 60 เดือน สำหรับลูกค้าทั่วไป สถาบันที่ไม่แสวงหากำไร และนิติบุคคล ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4% ต่อปี จากเดิม 3.25% ต่อปี และ อัตราดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มราชการ กองทุน และรัฐวิสาหกิจ ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.75% ต่อปี จากเดิม 3% ต่อปี พร้อมกันนี้ ธนาคารทหารไทย ยังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตั๋วแลกเงิน ซึ่งเริ่มฝากขั้นต่ำ 500,000 บาท อีกด้วย โดยตั๋วแลกเงินอายุ6เดือน ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 3.25% ต่อปี จากเดิม 3.15% ต่อปี และตั๋วแลก เงินอายุ 12 เดือน ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.50% ต่อปี จากเดิม 3.30% ต่อปี นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในประเทศ ธนาคารได้พิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ย เงินฝากประจำสำหรับลูกค้าทั่วไป โดยจะปรับเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.375-1.250% โดยเฉพาะเงินฝากประจำ 24 เดือน และ 36 เดือน จะปรับเพิ่มขึ้นถึง 1.0% และ 1.250% ตามลำดับ เพื่อเป็นการส่งเสริมการออมระยะยาวของประชาชน นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทน ที่ดีกับลูกค้า ธนาคารได้เพิ่มประเภทและปรับลดเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับการซื้อตั๋วแลกเงิน (B/E) โดยผู้ฝากสามารถซื้อตั๋วแลกเงินได้ถึง 3 ประเภท (3 เดือน 6 เดือนและ 12 เดือน) ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 5 ล้านบาท โดยจะได้รับอัตราดอกเบี้ย 3.0-3.50% สำหรับด้านสินเชื่อ ธนาคารจะปรับอัตรา ดอกเบี้ยสินเชื่ออ้างอิงทุกประเภทเพิ่มขึ้น 0.375 % ด้วย ทั้งนี้ การปรับอัตราดอกเบี้ยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนเป็นต้นไป ในส่วนของเงินฝาก อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาทจาก 2.00% เป็น 2.375% เพิ่มขึ้น 0.375% วงเงินฝากตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปจาก 2.25% เป็น 2.625% เพิ่มขึ้น 0.375% เงินฝากประจำประเภท 6 เดือน วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาทจาก 2.00% เป็น 2.50% เพิ่มขึ้น 0.50% วงเงินฝากตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปจาก 2.25% เป็น 2.75% เพิ่มขึ้น 0.50% เงินฝากประจำ 12 เดือน วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาทจาก 2.375% เป็น 2.75% เพิ่มขึ้น 0.375% วงเงินฝากตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปจาก 2.375% เป็น 3.00% เพิ่มขึ้น 0.625% เงินฝากประจำ 24 เดือนทุกวงเงินเพิ่มจาก 2.50% เป็น 3.50% เพิ่มขึ้น 1.00% และเงินฝากประจำ 36 เดือนทุกวงเงินเพิ่มจาก 2.50% เป็น 3.75% เพิ่มขึ้น 1.25% ในขณะเดียวกัน ธนาคารได้เพิ่มประเภทและปรับลดเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อตั๋วแลกเงิน (B/E) เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่ลูกค้า ซึ่งจากเดิมมีเพียงตั๋วแลกเงินอายุ 3 เดือน เงินลงทุนขั้นต่ำตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป เป็นตั๋วแลกเงิน 3 ประเภทคือ อายุ 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.00% อายุ 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.25% และ อายุ 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.50% โดยเงินลงทุนขั้นต่ำตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่ออ้างอิง ธนาคารได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพียง 0.375% โดยอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภท เงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) จาก 6.875% เป็น 7.25% อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) จาก 7.125% เป็น 7.50% และอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) จาก 7.375% เป็น 7.75%ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจฉบับวันที่ 7 - 10 มิ.ย. 2551
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center