ข่าวอสังหาริมทรัพย์
แบงก์เมินกนง.ชี้นำ ไม่ขึ้นดอกเบี้ยตาม 7 มิถุนายน 2551
นายแบงก์ชี้ยังไม่เห็นสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่ ขณะที่ กนง.จ่อขยับอีก 0.25-0.5% นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเกิดจากภาวะเงินเฟ้อ โดยหากธนาคารไม่ปรับขึ้น จะกระทบกับผู้ฝากเงิน เพราะดอกเบี้ยแท้จริงจะติดลบและการที่บางธนาคารปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากไปแล้ว ทำให้ธนาคารต้องปรับตาม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เพราะถ้ายังยืนดอกเบี้ยอยู่จะทำให้เงินฝากไหลออกได้ เมื่อปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ก็ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อไม่ให้ส่วนต่างดอกเบี้ยลดลงไป อย่างไรก็ตาม แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป แต่เชื่อว่าดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์คงไม่ปรับขึ้นอีกแล้ว คงทรงตัวอยู่ในระดับนี้ “ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับขึ้นไปแล้ว 0.375% ไม่กระทบกับกำไรของภาคธุรกิจมากมายนัก เพราะอันที่จริงธุรกิจจะมีผลตอบแทนที่สูงอยู่แล้ว” นายอภิศักดิ์ กล่าว นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การพิจารณาดอกเบี้ยตลาดขณะนี้ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์มากกว่าดอกเบี้ยนโยบาย แม้ตลาดจะคาดการณ์ว่า กนง.มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีก 0.25% แต่ธนาคารพาณิชย์ก็ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม ยกเว้นหากมีการแข่งขัน ที่รุนแรงก็อาจปรับขึ้น นายประสาร กล่าวว่า ในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้หากขยับไม่มากประมาณ 0.25-0.3% ก็ไม่เป็นปัญหากับภาคธุรกิจ ยังพอปรับตัวได้ แต่หากขยับดอกเบี้ยเงินกู้หลายครั้งก็อาจส่งผลกระทบลูกค้า นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กนง.น่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.5% ก่อนสิ้นปีนี้ เพราะตลาดเงินมองว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นกว่าที่คาด ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประกาศปรับดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทเพิ่ม 0.375% ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน น้อยกว่า 3 ล้านบาท ปรับจาก 2.25% เป็น 2.375% หรือเพิ่มขึ้น 0.125% และตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป เป็น 2.625% หรือขึ้นอีก 0.375% เงินฝากประจำ 24 เดือน ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จาก 2.5% เป็น 3.5% หรือเพิ่มขึ้น 1% และตั้งแต่ 10 ล้านบาท เป็น 3.75% หรือเพิ่ม 1.25% เงินฝากประจำ 36 เดือน จาก 2.5% เป็น 3.75% หรือเพิ่ม 1.25% เป็นต้น นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้บริหารธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในระยะ 1-2 สัปดาห์จะเห็นค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในช่วง 32.75-33.25 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่เฉลี่ยแล้วทั้งปีจะเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 2 บาท/เหรียญสหรัฐ
นายแบงก์ชี้ยังไม่เห็นสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่ ขณะที่ กนง.จ่อขยับอีก 0.25-0.5% นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเกิดจากภาวะเงินเฟ้อ โดยหากธนาคารไม่ปรับขึ้น จะกระทบกับผู้ฝากเงิน เพราะดอกเบี้ยแท้จริงจะติดลบและการที่บางธนาคารปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากไปแล้ว ทำให้ธนาคารต้องปรับตาม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เพราะถ้ายังยืนดอกเบี้ยอยู่จะทำให้เงินฝากไหลออกได้ เมื่อปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ก็ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อไม่ให้ส่วนต่างดอกเบี้ยลดลงไป อย่างไรก็ตาม แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป แต่เชื่อว่าดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์คงไม่ปรับขึ้นอีกแล้ว คงทรงตัวอยู่ในระดับนี้ “ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับขึ้นไปแล้ว 0.375% ไม่กระทบกับกำไรของภาคธุรกิจมากมายนัก เพราะอันที่จริงธุรกิจจะมีผลตอบแทนที่สูงอยู่แล้ว” นายอภิศักดิ์ กล่าว นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การพิจารณาดอกเบี้ยตลาดขณะนี้ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์มากกว่าดอกเบี้ยนโยบาย แม้ตลาดจะคาดการณ์ว่า กนง.มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีก 0.25% แต่ธนาคารพาณิชย์ก็ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม ยกเว้นหากมีการแข่งขัน ที่รุนแรงก็อาจปรับขึ้น นายประสาร กล่าวว่า ในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้หากขยับไม่มากประมาณ 0.25-0.3% ก็ไม่เป็นปัญหากับภาคธุรกิจ ยังพอปรับตัวได้ แต่หากขยับดอกเบี้ยเงินกู้หลายครั้งก็อาจส่งผลกระทบลูกค้า นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กนง.น่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.5% ก่อนสิ้นปีนี้ เพราะตลาดเงินมองว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นกว่าที่คาด ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประกาศปรับดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทเพิ่ม 0.375% ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน น้อยกว่า 3 ล้านบาท ปรับจาก 2.25% เป็น 2.375% หรือเพิ่มขึ้น 0.125% และตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป เป็น 2.625% หรือขึ้นอีก 0.375% เงินฝากประจำ 24 เดือน ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จาก 2.5% เป็น 3.5% หรือเพิ่มขึ้น 1% และตั้งแต่ 10 ล้านบาท เป็น 3.75% หรือเพิ่ม 1.25% เงินฝากประจำ 36 เดือน จาก 2.5% เป็น 3.75% หรือเพิ่ม 1.25% เป็นต้น นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้บริหารธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในระยะ 1-2 สัปดาห์จะเห็นค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในช่วง 32.75-33.25 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่เฉลี่ยแล้วทั้งปีจะเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 2 บาท/เหรียญสหรัฐ
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


