ค้นหา:


พื้นที่โฆษณา
Add to Favorite RSS Feed
ค้นหาตามเงื่อนไข:







ผู้สนับสนุนเว็บไซต์
HTML hit counter - Quick-counter.net
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
โฟกัสตลาดคอนโดฯหรู แสนบาท/ตร.ม.โตสวนกระแส 5 มิถุนายน 2551 

คอนโดมิเนียมกลุ่มพรีเมี่ยมเริ่มกลับมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดแนวสูงอีกครั้ง หลังจากหายเงียบไประยะหนึ่ง และครั้งนี้เป็นการกลับมาแบบไม่ธรรมดา เพราะราคาซื้อขายต่อตารางเมตรแพงลิบเกิน 1 แสนบาท ซึ่งไม่น่าเชื่อ แต่ก็ได้กลายเป็น benchmark ในการตั้งราคาขายคอนโดฯ หรูหลายๆ โครงการในปัจจุบัน

""กูรู"" ในวงการเรียลเอสเตตประเมินสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าคอนโดฯ กลุ่มพรีเมี่ยมเป็นตลาดที่มีดีมานด์รองรับอย่างต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ จะไม่เอื้อมากนัก ขณะเดียวกันราคาขาย ขั้นต่ำของคอนโดฯ หรู น่าจะเคาะขายกันที่1แสนบาท/ตร.ม.ขึ้นไป

สอดคล้องกับผลวิจัย ""คอนโดมิเนียม โฟกัส"" ชิ้นล่าสุดของ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า อนาคตของคอนโดฯระดับพรีเมี่ยมยังสดใสเห็นได้จากมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

รายงานการวิจัย condominium focus ฉบับที่ 7 ประจำเดือนพฤษภาคม 2551 ของไรมอนแลนด์ชี้ว่าในรอบปีที่ผ่านมา คอนโดฯ ระดับบนมีการเติบโตทั้งในแง่ของยอดขายและราคาขาย สูงกว่าสถิติเดิม โดยในปี 2550 มีจำนวนหน่วยที่สร้างเสร็จแล้วถูกเติมเข้ามาในตลาดประมาณ 6,940 ยูนิต ในจำนวนนี้ 41% อยู่ในย่านสุขุมวิท, 26% อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และ 11% อยู่ย่านสีลม และสาทร

นายไนเจิล เจ. คอร์นิค กรรมการ ผู้อำนวยการ บมจ.ไรมอน แลนด์ กล่าวว่าผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าแม้ว่าจะมีอุปสรรคหลายประการ แต่ตลาดห้องชุดระดับพรีเมี่ยมยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งๆ ที่บรรยากาศทางการเมืองจะไม่เป็นใจนักก็ตาม และตลาดโดยรวมยังสามารถขับเคลื่อนไปได้ โดยในปี 2550 มูลค่าตลาดคอนโดฯ ย่านกรุงเทพฯ ชั้นในเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ประมาณ 3% มาอยู่ที่ 6,214 ยูนิต มูลค่า 42,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 63% ปิดการขายแล้ว และอีก 33% ของยูนิตใหม่ทั้งหมดถูกขายในราคาสูงกว่า 1 แสนบาท/ตร.ม. 25% ขายในราคาระหว่าง 81,000-100,000 บาท/ตร.ม. ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ย/ตร.ม.ของโครงการระดับบน 10 อันดับแรกที่ถูกขายในปี2551อยู่ที่145,113บาท/ตร.ม.

""ในประเทศไทย ตลาดคอนโดฯ ถือเป็นตลาดที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วที่สุด เมื่อเทียบกับตลาดอสังหาฯ รูปแบบอื่นๆ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัจจัยลบหลายตัวเข้ามากระทบความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับกลาง-ล่าง ทำให้ตลาดหรูกลายเป็นทางลือกใหม่สำหรับนักลงทุนในประเทศ โดยยอดโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2551 สูงถึง 1,354 ยูนิต มูลค่า 9,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้ชาวต่างชาติถึง 20%

นายไนเจิลมองว่าปีนี้การเกิดขึ้นของซัพพลายใหม่ในตลาดคอนโดฯ จะทำได้ยากมากขึ้น เนื่องจากมีข้อจำกัดของทำเลที่จะนำมาพัฒนาโครงการ รวมทั้งขีดความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดระดับเดียวกัน แต่มีฐานการเงินที่แข็งแกร่งมากกว่าและความยากลำบากในการขอสนับสนุนทางการเงิน

สวนทางกับความต้องการที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสินค้าเหลือขายในตลาดเพียงแค่ 5,763 ยูนิต กว่า 50% ของจำนวนยูนิตที่ว่างยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและพัฒนา

""โครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นยังคงดึงดูด นักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุน แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของกฎหมายที่ยังไม่เปิดให้ชาวต่างชาติถือครองห้องชุดได้ไม่เก 49% ขณะที่ความไม่สงบทางการเมืองและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นอุปสรรคในการขายสินค้าของผู้ประกอบการด้วย
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center