ข่าวอสังหาริมทรัพย์
เซ็นทรัลเขย่งเป้าโต20% ขายห้องล่วงหน้าสบายใจ 6 มิถุนายน 2551
CENTEL มั่นใจปีนี้เติบโต 20% จากเดิมมองไว้ 15-20% เชื่อกำลังซื้อหดไม่กระทบ เหตุธุรกิจโรงแรมทำสัญญาหาลูกค้าล่วงหน้า นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา (CENTEL) กล่าวว่า รายได้บริษัทปี 2551 มีโอกาสเติบโตได้ถึง 20% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 15-20% เทียบจากรายได้ปีก่อนที่ทำได้ 7,182 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาสแรกที่ผ่านมาดี แต่ระยะสั้นและกลางยัง รอดูสถานการณ์ทางการเมือง กรณีร้ายแรงสุดก็ยังเติบโตได้ 15% แต่ ดูทิศทางแล้วยังโตได้ตามเป้าหมายถึง 20% “กำลังซื้อที่กำลังหดตัวส่งผลกระทบต่อบริษัทน้อย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง อีกทั้งประเด็นการเมืองเพิ่งเกิดขึ้น และยังไม่มีลูกค้าบอกเลิกการจองห้องพัก รวมทั้งได้ทำสัญญาล่วงหน้ากับตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ที่ต้องหาลูกค้ามาพักในช่วงเดือน พ.ค.-ต.ค. ซึ่งหากไม่ทำตามสัญญา บริษัทดังกล่าวต้องจ่ายค่าปรับให้บริษัท” นายรณชิต กล่าวว่า สำหรับธุรกิจอาหารได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่หดตัวลง แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแทน เช่น การออกเมนูและโปรโมชันใหม่ และล่าสุด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ออกบัตรส่วนลดอาหารที่ใช้ได้กับทุกร้านค้าของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมียอดจองถึง 30% ของจำนวนบัตรที่ออกมา 1 แสนใบ โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอาหารได้ที่ระดับ 51.2% เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน และปีนี้บริษัทจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับปีก่อนที่ทำได้ 65% นอกจากนี้ บริษัทได้ชะลอแผนการเพิ่มทุนด้วยการออกหุ้นที่เสนอขายให้แก่บุคคลทั่วไป (พีโอ) 170 ล้านหุ้น มูลค่า 1,200 ล้านบาท และใบสำคัญแสดงสิทธิ 60.8 ล้านหน่วย เพราะตลาดโดยรวมไม่ดี โดยตัดสินใจออกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ลงทุนสิทธิในการเช่า 30 ปี มูลค่าสินทรัพย์ 3,400-3,500 ล้านบาท เสนอขายเดือน ก.ค. นี้ คาดว่าจะได้เม็ดเงินระดมทุน 1,200-1,300 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายโครงการ “ตามมติผู้ถือหุ้นจะเพิ่มทุนเพื่อนำมาขยายโรงแรม 3 โครงการ โรงแรมเซ็นทารา แอทเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทารา ที่พัทยาและภูเก็ต รวม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยลงทุนและก่อสร้างเสร็จในปี 2553 โดยแหล่งที่มาของเงินลงทุนแบ่งเป็น 6,000 ล้านบาท กู้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ดอกเบี้ยคงที่ MLR-1% ที่เหลือ 4,000 ล้านบาท เป็นเงินจากเพิ่มทุนครั้งก่อน 720 ล้านบาท เงินสดหมุนเวียน 700 ล้านบาท และที่เหลือออกกองทุนอสังหาฯ”
CENTEL มั่นใจปีนี้เติบโต 20% จากเดิมมองไว้ 15-20% เชื่อกำลังซื้อหดไม่กระทบ เหตุธุรกิจโรงแรมทำสัญญาหาลูกค้าล่วงหน้า นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา (CENTEL) กล่าวว่า รายได้บริษัทปี 2551 มีโอกาสเติบโตได้ถึง 20% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 15-20% เทียบจากรายได้ปีก่อนที่ทำได้ 7,182 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาสแรกที่ผ่านมาดี แต่ระยะสั้นและกลางยัง รอดูสถานการณ์ทางการเมือง กรณีร้ายแรงสุดก็ยังเติบโตได้ 15% แต่ ดูทิศทางแล้วยังโตได้ตามเป้าหมายถึง 20% “กำลังซื้อที่กำลังหดตัวส่งผลกระทบต่อบริษัทน้อย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง อีกทั้งประเด็นการเมืองเพิ่งเกิดขึ้น และยังไม่มีลูกค้าบอกเลิกการจองห้องพัก รวมทั้งได้ทำสัญญาล่วงหน้ากับตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ที่ต้องหาลูกค้ามาพักในช่วงเดือน พ.ค.-ต.ค. ซึ่งหากไม่ทำตามสัญญา บริษัทดังกล่าวต้องจ่ายค่าปรับให้บริษัท” นายรณชิต กล่าวว่า สำหรับธุรกิจอาหารได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่หดตัวลง แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแทน เช่น การออกเมนูและโปรโมชันใหม่ และล่าสุด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ออกบัตรส่วนลดอาหารที่ใช้ได้กับทุกร้านค้าของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมียอดจองถึง 30% ของจำนวนบัตรที่ออกมา 1 แสนใบ โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอาหารได้ที่ระดับ 51.2% เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน และปีนี้บริษัทจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับปีก่อนที่ทำได้ 65% นอกจากนี้ บริษัทได้ชะลอแผนการเพิ่มทุนด้วยการออกหุ้นที่เสนอขายให้แก่บุคคลทั่วไป (พีโอ) 170 ล้านหุ้น มูลค่า 1,200 ล้านบาท และใบสำคัญแสดงสิทธิ 60.8 ล้านหน่วย เพราะตลาดโดยรวมไม่ดี โดยตัดสินใจออกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ลงทุนสิทธิในการเช่า 30 ปี มูลค่าสินทรัพย์ 3,400-3,500 ล้านบาท เสนอขายเดือน ก.ค. นี้ คาดว่าจะได้เม็ดเงินระดมทุน 1,200-1,300 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายโครงการ “ตามมติผู้ถือหุ้นจะเพิ่มทุนเพื่อนำมาขยายโรงแรม 3 โครงการ โรงแรมเซ็นทารา แอทเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทารา ที่พัทยาและภูเก็ต รวม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยลงทุนและก่อสร้างเสร็จในปี 2553 โดยแหล่งที่มาของเงินลงทุนแบ่งเป็น 6,000 ล้านบาท กู้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ดอกเบี้ยคงที่ MLR-1% ที่เหลือ 4,000 ล้านบาท เป็นเงินจากเพิ่มทุนครั้งก่อน 720 ล้านบาท เงินสดหมุนเวียน 700 ล้านบาท และที่เหลือออกกองทุนอสังหาฯ”
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Information Center


